23/08/2026
จาก “ตงเพ้ง” ถึง “เมเจอร์”
เส้นทางโรงหนังในความทรงจำของนครนายก
บางสถานที่อาจหายไปจากเมือง แต่ไม่ได้หายไปจากความทรงจำ
ช่วงเวลาที่ผ่านมา เราได้เห็นนครนายกเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย อาคารเก่า ๆ หลายแห่งถูกรื้อถอน พื้นที่บางแห่งเปลี่ยนหน้าที่ และสถานที่ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คน กำลังค่อย ๆ กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าของคนรุ่นก่อน
สิ่งเหล่านี้ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า
ก่อนที่บ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้ เราเคยบันทึกเรื่องราวเหล่านั้นไว้หรือยัง
หนึ่งในเรื่องที่อยากชวนย้อนกลับไปค้นหาคือ “โรงหนัง”
เพราะโรงหนังในอดีตไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ฉายภาพยนตร์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต เป็นสถานที่ที่ผู้คนพบเจอกัน เด็ก ๆ เดินทางไปดูหนังกับเพื่อน ครอบครัวพากันมาชมภาพยนตร์ และพื้นที่รอบโรงหนังก็เต็มไปด้วยร้านค้าและผู้คน
โรงหนัง “ตงเพ้ง”
จากความทรงจำและข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ โรงหนังแห่งแรก ๆ ของจังหวัดนครนายกคือ “โรงหนังตงเพ้ง” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตลาดสดฝั่งวังกระโจม ใกล้กับพื้นที่ตรงข้ามโรงเรียนเหลียนหัวในปัจจุบัน
โรงหนังแห่งนี้ดำเนินกิจการโดยชาวจีน ตัวอาคารเป็นโครงไม้ ด้านข้างปิดด้วยสังกะสีแผ่นใหญ่ และมีประตูทางเข้าเป็นไม้
ในยุคนั้นภาพยนตร์ที่ฉายยังเป็นฟิล์ม 16 มม. และเป็นหนังขาวดำ
แต่ “ตงเพ้ง” ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ฉายหนัง
ที่นี่ยังใช้เป็นสถานที่จัดมหรสพ ทั้งการแข่งขันชกมวยและการแสดงของวงดนตรีลูกทุ่งชื่อดังในยุคนั้น
ด้านหน้าโรงหนังในช่วงกลางคืนยังมีร้านขายขนมหวาน จุดตะเกียงให้แสงสว่าง รวมถึงของกินเล่นต่าง ๆ
ในเวลานั้นตลาดสดฝั่งวังกระโจมมีความคึกคัก เพราะเป็นท่ารถประจำทางที่เดินทางเข้าออกหมู่บ้านต่าง ๆ และในช่วงกลางคืนยังเป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ของหนุ่มสาว
เมื่อโรงหนังตงเพ้งเลิกกิจการ คนในนครนายกก็ต้องอาศัยดูหนังกลางแปลงในช่วงที่มีการจัดมหรสพ
จนกระทั่งวันหนึ่ง เมืองนครนายกก็มีโรงหนังแห่งใหม่เกิดขึ้น
“นครนายกรามา” โรงหนังที่อยู่ในความทรงจำ
ในช่วงเวลาหนึ่ง คนในนครนายกได้รับข่าวว่า กำลังจะมีโรงหนังแห่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม ชื่อว่า “นครนายกรามา”
สำหรับเด็กคนหนึ่งในยุคนั้น การได้เข้าไปดูหนังในโรงภาพยนตร์เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น
ความทรงจำที่ถูกบันทึกไว้ยังคงมีรายละเอียดมากมาย ตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่องแรก ๆ ที่ได้ชม ราคาตั๋วในแต่ละชั้น เก้าอี้ไม้ที่มีพนักพิงและสามารถเอนหลังได้ ไปจนถึงบรรยากาศภายในโรง
บริเวณใต้ถุนโรงหนังมีบอร์ดกรอบไม้ใส่กระจกบานเลื่อน ภายในติดโปสเตอร์ภาพยนตร์และภาพนิ่งจากหนังที่จะเข้าฉาย
ด้านหนึ่งเป็นห้องขายตั๋ว ส่วนด้านล่างยังมีร้านขายขนมและของเล่นของ “เฮียไส้” และ “เจ๊หมวย” ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่เด็ก ๆ ในยุคนั้นจดจำได้
ต่อมายังมีร้านอาหารของ “เฮียเกีย” ที่ขายทั้งข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยว และอาหารจานต่าง ๆ
สิ่งเหล่านี้ทำให้การไปโรงหนังในวันนั้นไม่ได้หมายถึงการไปดูภาพยนตร์เพียงอย่างเดียว
แต่มันคือการได้พบผู้คน ได้ซื้อขนม ได้เจอเพื่อน และได้สัมผัสบรรยากาศของเมืองในช่วงเวลาหนึ่ง
ด้านบนของโรงหนังมีห้องฉายภาพยนตร์และห้องพากย์หนังอยู่ด้วยกัน พัดลมใบพัดขนาดใหญ่ส่งเสียงดังอยู่ภายในโรง
และก่อนภาพยนตร์จะเริ่มฉาย จะมีเสียงเพลงเปิดคลอไปเรื่อย ๆ
จนกระทั่งเมื่อเพลงมาร์ชกองทัพบกดังขึ้น คนดูในโรงต่างก็รู้ว่า
หนังใกล้จะเริ่มแล้ว
โรงหนังกับความทรงจำของเด็ก ๆ
นครนายกรามาเคยมีภาพยนตร์ชื่อดังเข้าฉายมากมาย หนึ่งในภาพยนตร์ที่ถูกจดจำว่าเข้าฉายยาวนาน คือ “แผลเก่า” ซึ่งมีเชิด ทรงศรี เป็นผู้กำกับ และมีสรพงษ์ ชาตรี กับนันทนา เงากระจ่าง รับบทเป็น “ไอ้ขวัญ” และ “อีเรียม”
ในยุคนั้น หากเป็นภาพยนตร์เรื่องใหญ่ หน้าโรงหนังมักมีการจัดฉากตกแต่งให้เข้ากับเรื่อง เช่น การจำลองบรรยากาศจากภาพยนตร์ หรือทำภาพวาดของนักแสดงและฉากต่าง ๆ มาจัดแสดง
โรงหนังจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ฉายภาพยนตร์ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนได้สัมผัสบรรยากาศของภาพยนตร์ตั้งแต่ก่อนเดินเข้าโรง
และสำหรับเด็กนักเรียนในยุคนั้น โรงหนังยังเป็นสถานที่ที่ได้เข้าไปสัมผัสความบันเทิงร่วมกัน
มีความทรงจำว่าในช่วงหนึ่งเคยมีการจัดรอบสำหรับนักเรียน และเด็ก ๆ จากโรงเรียนอนุบาลนครนายกเคยเดินแถวจากโรงเรียนไปชมภาพยนตร์
เรื่องเหล่านี้อาจดูเป็นเพียงความทรงจำเล็ก ๆ ของคนคนหนึ่ง
แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้กลับกลายเป็นภาพสะท้อนของวิถีชีวิตของเมืองในอดีต
เมื่อโลกเปลี่ยน โรงหนังก็เปลี่ยน
การมาถึงของเครื่องเล่นวิดีโอทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ผู้คนเริ่มหันไปเช่าภาพยนตร์กลับไปดูที่บ้านมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจเช่าวิดีโอทำให้ค่าเช่าลดลงอย่างมาก
จำนวนคนดูในโรงหนังจึงลดลง
นครนายกรามาเองก็ต้องปรับตัว จากโรงหนังที่เคยคึกคัก กลายเป็นการฉายภาพยนตร์ควบ และในช่วงท้ายของกิจการก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง
ท้ายที่สุด โรงหนังแห่งนี้ก็ต้องปิดตัวลงตามกาลเวลา
ร้านค้าและผู้คนที่เคยอยู่รอบโรงหนังต่างแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของชีวิต
สถานที่หนึ่งจึงหายไปจากเมือง
แต่ความทรงจำของคนที่เคยอยู่ที่นั่นยังคงอยู่
จากโรงหนังในความทรงจำ…สู่โรงหนังในวันนี้
เวลาผ่านไป เมืองนครนายกเปลี่ยนแปลงไปอีกหลายครั้ง
รูปแบบของโรงภาพยนตร์เองก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย จากโรงหนังแบบเดิมที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของตลาดและชุมชน สู่โรงภาพยนตร์ในศูนย์การค้า และเดินทางมาถึงเมเจอร์ ซีนีม่าในปัจจุบัน
เทคโนโลยีเปลี่ยน
รูปแบบการชมภาพยนตร์เปลี่ยน
สถานที่เปลี่ยน
แต่เมื่อมองย้อนกลับไป โรงหนังก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนเหมือนเดิม
เพียงแต่คนแต่ละรุ่นมี “โรงหนังในความทรงจำ” ของตัวเอง
แล้วภาพของ “นครนายกรามา” อยู่ที่ไหน?
มีเรื่องหนึ่งที่ยังคงค้างอยู่ในความทรงจำของผู้เขียนต้นฉบับ
นั่นคือภาพถ่ายของโรงหนังนครนายกรามา
แม้จะพยายามตามหามาหลายปี แต่ยังไม่พบภาพตัวอาคารของนครนายกรามาที่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน
ขณะที่ภาพของโรงหนัง “ตงเพ้ง” ยังมีภาพเก่าบางส่วนหลงเหลืออยู่
จึงเกิดคำถามขึ้นว่า…
ภาพของนครนายกรามาอาจยังอยู่ที่ไหนสักแห่งหรือไม่?
อาจอยู่ในอัลบั้มภาพเก่า
อยู่ในกล่องเก็บรูปที่ไม่มีใครเปิดมานาน
อยู่ในภาพหมู่ของนักเรียน
หรืออยู่ในความทรงจำของใครบางคน
หากใครมีภาพเก่า ตั๋วหนัง โปสเตอร์ หรือเรื่องราวเกี่ยวกับ “ตงเพ้ง” และ “นครนายกรามา” เราอยากชวนมาช่วยกันแบ่งปัน
เพราะบางที สิ่งที่เรากำลังตามหาอาจไม่ใช่เพียงภาพถ่ายของโรงหนังแห่งหนึ่ง
แต่อาจเป็นชิ้นส่วนหนึ่งของความทรงจำของนครนายก
ก่อนที่เมืองจะเปลี่ยนไปมากกว่านี้
การย้อนกลับไปเล่าเรื่องโรงหนัง ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องการเห็นเมืองพัฒนา
ตรงกันข้าม…
เราอยากเห็นเมืองเดินหน้าต่อไป
แต่ในขณะเดียวกัน เราก็อยากบันทึกเอาไว้ว่า
ก่อนที่บ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้
ครั้งหนึ่งนครนายกเคยเป็นอย่างไร
เพราะสถานที่บางแห่งอาจหายไปจากแผนที่
แต่ไม่ควรหายไปจากความทรงจำ
และบางที เรื่องราวที่เราคิดว่าเป็นเพียงความทรงจำของคนรุ่นก่อน อาจกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญของเมืองสำหรับคนรุ่นต่อไป
สำนักข่าวเสียงสาริกา
เรียงร้อยและต่อยอดจากความทรงจำเรื่อง “ตำนานโรงหนังในจังหวัดนครนายก” ของคุณ #อนุรักษ์รชนิรมณ์
#จากตงเพ้งถึงเมเจอร์
#โรงหนังนครนายก
#นครนายกในอดีต
#ตำนานโรงหนังนครนายก
#นครนายกในความทรงจำ
#บันทึกความทรงจำ
#เรื่องเล่าจากนครนายก
#เสียงสาริกา
@แฟนตัวยง