15/09/2026
กันยายน...เดือนที่เชียงใหม่เงียบที่สุด แล้วเราจะรอดยังไง?
ถ้าคุณทำธุรกิจท่องเที่ยวหรือร้านอาหารในเชียงใหม่ คุณจะรู้ดีว่า กันยายนคือเดือนที่ต้องนับเงินในกระเป๋าทุกวัน ไม่ใช่เดือนทำกำไร แต่เป็นเดือนวัดว่าใครจะอยู่ถึงตุลาคม
จากข้อมูล 3 ปีย้อนหลัง (2565-2567) สามารถสรุปได้แบบไม่โลกสวย
1. กันยายนเจ็บแค่ไหน? ตัวเลขไม่โกหก
ภาพใหญ่ประเทศ:
ไทยมีนักท่องเที่ยว 11.15 ล้านคนในปี 2565, กระโดดเป็น 28.15 ล้านคนในปี 2566 และ 35.5 ล้านคนในปี 2567 แต่กราฟรายเดือนทุกปีเหมือนกันหมด — กันยายนคือก้นเหว ก่อนจะพุ่งขึ้นในตุลาคม-ธันวาคม
ภาพเชียงใหม่:
ม.ค.-ก.ย. 2565 มีรายได้ 38,755 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 5.9 ล้านคน
ม.ค.-ก.ย. 2566 พุ่งเป็น 8.5 ล้านคน แต่ 3 เดือนสุดท้ายที่เป็นไฮซีซั่น ทำเพิ่มอีก 3.4-3.5 ล้านคนเลย แปลว่า กันยายนคือหลุมก่อนขึ้นเขา
ปี 2567 สนามบินเชียงใหม่คนเยอะขึ้น 10.43% มีผู้โดยสาร 9 ล้านคน แต่ปลายกันยายนเจอพายุยางิ น้ำปิงสูง 4.2 เมตร ท่วมไนท์บาซาร์ ช้างคลาน ถนนเจริญประเทศ
ผลคือปีที่แล้วเดือนเดียว เชียงใหม่สูญเงินท่องเที่ยวไป 2,280 ล้านบาท โรงแรมริมน้ำปิงเสียหายเกือบทั้งหมด อัตราเข้าพักเหลือแค่ 50% คนไทยซึ่งเป็นลูกค้า 70% ของเชียงใหม่ยกเลิกทันที ส่วนต่างชาติ 30% ยังมา แต่ก็กลัว
แล้วร้านอาหารล่ะ?
ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai ชัดมาก ยอดขายหน้าร้านต่อร้าน (ไม่รวมเดลิเวอรี่) ไตรมาส 2 ปี 67-68 ลดลงจาก 180,000 เหลือ 154,000 บาท ติดลบ 14% ทั้งที่ปกติจะลดแค่ 3-5% เท่านั้น กลุ่มยากินิคุ เทปันยากิ อาหารจีน ฝรั่งเศส ยอดร่วงเกิน 20%
และปี 2567 เป็นปีที่ร้านอาหารเลิกกิจการพุ่ง +89% เทียบปีก่อน ติดอันดับ 3 ธุรกิจที่ปิดตัวสูงสุดของประเทศ
ทำไมกันยายนถึงโหดขนาดนี้? 3 เหตุผลหลัก:
* ไม่มีวันหยุดยาว - กันยายน 65 และ 67 ไม่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์เลย คนไทยเลยไม่เดินทาง
** ฝนโหดสุดของปี - ค่าเฉลี่ยเชียงใหม่ฝน 235 มม. ตก 17 วัน แต่ปี 65 ตก 452 มม. ปี 67 ตกหนักจนเขื่อนแม่งัดล้น
*** งบรัฐหมด - กันยายนคือเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ การใช้จ่ายภาครัฐชะลอ มาตรการกระตุ้นอย่างไทยช่วยไทยพลัสก็มักจบในเดือนนี้พอดี
2. แนวทางรับมือ: สำหรับเจ้าของกิจการ เลิกคิดว่าจะทำยอดเท่าไฮซีซั่น ให้คิดว่า "กันยายนคือเดือนรักษาชีวิต"
1. บริหารเงินแบบกันยายนโมเดล
สำรองเงินสด 45-60 วัน อย่าสต็อกของสดเยอะ ลดเมนูที่ใช้วัตถุดิบไม่ซ้ำกัน ต้นทุนวัตถุดิบขึ้นมา 25% ตั้งแต่ปี 2023 แล้ว กำไรติดลบมา 8 ปีติด ถ้าพลาดเดือนนี้คือปิดเลย
2. หันมาจีบคนเชียงใหม่ ไม่ใช่นักท่องเที่ยว
ตอนนักท่องเที่ยวหาย ต้องมีฐานลูกค้าประจำ โรงแรมในเชียงใหม่เคยลดราคา 90% ขายหมูปิ้ง ครัวซองต์แบบไดร์ฟทรูมาแล้ว ร้านอาหารทำได้เหมือนกัน: เซ็ตกลางวัน 299-350 บาท, โปร Work From Cafe น้ำ 1 แก้วนั่งได้ครึ่งวัน, ทำคูปองสมาชิก
3. ปรับเมนูไปหาที่ที่ยังโต
ข้อมูลบอกว่าตอนตลาดตก มี 2 กลุ่มที่โตสวนกระแสเกิน 20% คือ ชาบู ฮอตพอต สเต๊กเฮาส์ และร้านในโรงแรม เพราะคนอยากแชร์ อยากคุ้ม ลองเพิ่มหม้อไฟไซส์เล็กสำหรับ 2 คน หรือสเต๊กเนื้อไทยราคาย่อมเยา
4. เตรียมเดลิเวอรี่และคนละครึ่งล่วงหน้า
อย่ารอรัฐประกาศ โครงการแอ่วเหนือคนละครึ่งปีที่แล้วรัฐให้แค่ 400 บาท แต่คนไทยใช้จ่ายเฉลี่ยทริปละ 5,000 บาท (2,000 บาท/วัน) ถ้าคุณเข้าร่วม LINE MAN Wongnai และทำโปร "ใช้คนละครึ่งลดเพิ่ม" ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม คุณจะได้ลูกค้าก่อนคนอื่น
3. แนวทางรับมือ: สำหรับพนักงาน "เจ้าของรอด พนักงานต้องรอดด้วย"
สำหรับพนักงานประจำ:
กันยายนคือเดือนเรียน ไม่ใช่เดือนรอ - ขอให้เจ้าของจัดเทรนนิ่ง บาริสต้า ครอสขาย อัพสกิล หลายร้านใช้ช่วงนี้ส่งพนักงานไปเรียนทำคอนเทนต์ TikTok ร้านก๋วยเตี๋ยวในเชียงใหม่ที่ดังเพราะทำคลิปเพลงเทสต์ดี ก็เริ่มจากช่วงโลว์นี่แหละ
ตกลงเรื่องชั่วโมงงานล่วงหน้า - คุยกันตรงๆ ว่าจะลดชั่วโมงหรือสลับวันหยุดอย่างไร แทนที่จะให้โดนเลิกจ้างกะทันหัน บางร้านใช้วิธีทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ในกันยายน
หารายได้เสริมแบบไม่ทิ้งร้าน - รับทำเดลิเวอรี่เอง, เป็นแอดมินตอบเพจร้าน, ช่วยแพ็คของขายออนไลน์
สำหรับพนักงานพาร์ทไทม์ / ฟรีแลนซ์ไกด์ / รถแดง:
กันยายนรายได้หาย 30-50% เป็นปกติ อย่ารอทัวร์ ให้เปลี่ยนไปรับลูกค้าคนไทยที่มาแบบครอบครัวเล็กๆ ที่ต้องการไพรเวททริปครึ่งวัน ใช้เวลานี้ซ่อมรถ เช็คอุปกรณ์ ถ่ายรูปอัพโปรไฟล์ใหม่ เตรียมพร้อมสำหรับตุลาคมที่งานจะล้น
สุดท้าย กันยายนไม่ได้บอกว่าเชียงใหม่ไม่น่าเที่ยว มันแค่บอกว่าเชียงใหม่เป็นเมืองตามฤดูกาล ถ้าเราเข้าใจว่ามันคือ "หน้าฝนที่ต้องพัก" เหมือนชาวนา เราจะไม่ฝืนทำนาในเดือนน้ำหลาก แต่เราจะซ่อมคันนา เตรียมเมล็ดพันธุ์ แล้วรอเก็บเกี่ยวในไฮซีซั่นที่กำลังจะมาถึง