25/04/2026
365 วัน 365 หะดีษ
หะดีษที่ 2
“ แม้จะเป็นศพต่างศาสนิกก็ตาม ”
ท่านก็อยส์ บุตรของสะอฺด์ และท่านสะฮฺล์ บุตรหุนัยฟฺ เล่าว่า
แท้จริงมีมัยยิต(ศพ) ถูกแบกผ่านหน้าท่านรสูลุลลอฮฺ ท่านลุกขึ้นยืน (ให้เกียรติศพ) มีผู้หนึ่งกล่าวขึ้นว่า ท่านรสูล นั่นเป็นศพของชาวยิว (ต้องลุกขึ้นยืนด้วยหรือ?)
ท่านรสูล ตอบว่า เขาไม่ใช่ชีวิตหนึ่งดอกหรือ?”*
*หะดีษเศาะหี้ห, บันทึกโดยมุสลิม หะดีษที่81
แรงบันดาลใจจากหะดีษ
มารยาทอันงดงามย่อมครองหัวใจผู้คนได้ตราบนานเท่านาน มารยาทในตัวท่านรสูลุลลอฮฺย่อมประจักษ์ให้เห็นถึงพลังอันทรงอานุภาพ บ่งบอกถึงการเห็นใจผู้อื่นและบ่งชี้ถึงการให้เกียรติต่อผู้คน แม้ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่หรือสิ้นชีวิต หรือไม่ว่าเขาจะเป็นมุสลิมหรือไม่ใช่มุสลิมก็ตาม ท่านรสูลให้เกียรติให้ความเคารพแก่ผู้จากไปอย่างเท่าเทียมกัน ไม่แม้แต่จะแบ่งชั้นวรรณะ หรือไม่แบ่งแม้ความเชื่อต่างกัน ใครซึ่งไม่เคยให้เกียรติผู้อื่นฉันใด เขาย่อมไม่ถูกให้เกียรติกลับคืนมาฉันนั้น สังคมใดคิดแต่จะกอบโกย เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา ไม่แม้แต่จะสร้างพันธมิตรที่อยู่รายล้อมตัวเรา ย่อมไม่ถูกได้รับเกียรติ ซึ่งนั่นส่งผลความหายนะแห่งชีวิตที่ไม่สง่างามเอาเสียเลย แค่การลุกขึ้นให้เกียรติศพซึ่งถูกแบกผ่านไป บ่งบอกถึงการเคารพผู้ตายที่ล้ำลึกที่สุด แม้ว่าเราจะรู้จักเขาหรือไม่ก็ตาม เชื่อว่าผู้ยืนย่อมถูกให้เกียรติเช่นกัน บางทีการแสดงบทบาททางจริยธรรมของอิสลามเล็กๆน้อยๆ อาจจะกลายเป็นสิ่งที่ถูกจำจนไม่มีวันลืม
#365วัน365หะดีษ #หะดีษที่2 #รู้จักอิสลาม