22/09/2026
🥊รู้เท่าทันโรค SFTS ภัยเงียบจากเห็บพาหะสู่สัตว์เลี้ยงและคน
ในปัจจุบัน โรคติดเชื้อไวรัส SFTS หรือ Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในโรคติดต่ออุบัติใหม่ (Emerging Zoonotic Disease) ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ความสำคัญและจัดอยู่ในกลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นโรคติดเชื้อจากไวรัสกลุ่ม Bandavirus (SFTSV) ที่มี "เห็บ" เป็นพาหะหลักในการแพร่กระจายเชื้อ และสามารถติดต่อข้ามสายพันธุ์จากสัตว์สู่คนได้
📌 การแพร่กระจายเชื้อและสัตว์แหล่งรังโรค
พาหะนำโรคหลัก: เห็บชนิดต่างๆ ที่อาศัยอยู่ตามตัวสัตว์เลี้ยง สัตว์กสิกรรม หรือสภาพแวดล้อมธรรมชาติ
สัตว์แหล่งรังโรค: สุนัข, แมว, โค, กระบือ, แพะ, แกะ, สุกร รวมถึงสัตว์ป่า
🧐ช่องทางการติดต่อ:
👉การถูกเห็บที่มีเชื้อไวรัสกัดโดยตรง: การสัมผัสเลือด สิ่งคัดหลั่ง หรือสารตกค้างจากเห็บและสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะกรณีที่มีบาดแผลบริเวณผิวหนัง
🌡️ ลักษณะอาการและการดำเนินโรค (Clinical Symptoms)
ระยะฟักตัวของโรคโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6–14 วัน หลังจากได้รับเชื้อ โดยทั้งในคนและสัตว์เลี้ยงอาจแสดงอาการทางคลินิกที่คล้ายคลึงกัน ดังนี้:
กลุ่มอาการระบบเลือดและภูมิคุ้มกัน:
- ไข้สูงเฉียบพลัน อ่อนเพลียอย่างรุนแรง ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia): ทำให้เกิดจุดเลือดออกตามผิวหนัง จ้ำเลือด รอยเขียวช้ำตามร่างกาย หรือมีเลือดออกตามไรฟัน
- ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (Leukopenia): ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง
กลุ่มอาการระบบทางเดินอาหาร:
- คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร และท้องเสียอย่างรุนแรง
ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงแก่ชีวิต:
- ในเคสที่มีอาการรุนแรง อาจพัฒนากลายเป็น ภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ (Multi-Organ Dysfunction Syndrome - MODS) เช่น ไตวายเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติแบบกระจายตัว (DIC) และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
⚠️ ข้อควรปฏิบัติและมาตรการความปลอดภัย
❌ห้ามจับ บี้ หรือแกะเห็บด้วยมือเปล่าโดยเด็ดขาด: การบี้เห็บด้วยมือเปล่าอาจทำให้สารคัดหลั่งหรือเลือดของเห็บที่มีเชื้อไวรัสสัมผัสกับผิวหนังหรือบาดแผลโดยตรง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการได้รับเชื้อ
✅สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด: หากพบว่ามีอาการไข้สูง มีจุดเลือดออก หรือมีอาการผิดปกติทางร่างกายหลังจากถูกเห็บกัด หรือหลังจากการสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงภายในช่วง 14 วัน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการสัมผัสเห็บหรือสัตว์เลี้ยงให้แพทย์ทราบเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ
🛡️ การป้องกันเชิงรุก: ตัดวงจรพาหะตั้งแต่ต้นทางด้วยผลิตภัณฑ์ป้องกันและกำจัดเห็บหมัดที่มีประสิทธิภาพ มีทะเบียนรับรองเช่น Cleartix (เคลียร์ติ๊กซ์) ตามหลักการแนวคิด สุขภาพหนึ่งเดียว (One Health Concept) การดูแลสุขภาพของคนในบ้านจำเป็นต้องเริ่มต้นจากการปกป้องสุขภาพของสัตว์เลี้ยง เนื่องจากสัตว์เลี้ยงเป็นปราการด่านแรกที่ใกล้ชิดกับคนมากที่สุด
การควบคุมและตัดวงจรเห็บหมัดบนตัวสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่องและถูกวิธี จึงเป็นหัวใจสำคัญในการลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อไวรัส SFTSV เข้าสู่ที่อยู่อาศัย
✅Cleartix (เคลียร์ติ๊กซ์) ผลิตภัณฑ์หยดหลังกำจัดและป้องกันเห็บหมัดสำหรับสัตว์เลี้ยง
✅ออกฤทธิ์ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ: กำจัดเห็บและหมัดบนตัวสัตว์เลี้ยงได้อย่างรวดเร็ว
✅ตัดวงจรพาหะ: ป้องกันไม่ให้เห็บสามารถเกาะ ยึดเกาะ หรือแพร่พันธุ์บนตัวสุนัขและแมว ช่วยลดโอกาสที่เห็บจะนำเชื้อมาสู่คนและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ในบ้าน
✅ใช้งานง่าย ปลอดภัย: ปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้งานอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน เพื่อการปกป้องที่ยาวนานและต่อเนื่อง
"การป้องกันเห็บหมัดอย่างถูกวิธี ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความสะอาดของสัตว์เลี้ยง แต่คือการปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของคนในครอบครัว"
พบกับ Cleartix ได้ที่ โรงพยาบาลสัตว์ คลินิกสัตว์เลี้ยง และร้านขายยาเวชภัณฑ์สัตว์ชั้นนำทั่วประเทศ
📞 สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Cleartix หรือคำแนะนำในการดูแลปกป้องสัตว์เลี้ยงจากเห็บหมัด >> https://linktr.ee/petmedpharma
#ยาหยดเห็บหมัด #เห็บหมัดแมว #เห็บหมัดสุนัข #ทาสแมว #ทาสหมา #ไข้เห็บ