Food and Beverage Management Association, Thailand

Food and Beverage Management Association, Thailand -HOTELS
-STAFFS Hotel & Restaurant Management and Consultant

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
18/09/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

📌ขอแสดงความยินดี กับ โรงแรมไทย อีกครั้ง กับความภาคภูมิใจ ..

: เบื้องหน้า อัน หอมหวน อบอวล ด้วย Rewards .. ความเป็น เลิศ.
: เบื้องหลัง ที่มี หนาม อันแหลม . และหอก คอย ทิ่มก้น จ่อกระตุ้น เตือนว่าต้อง “ เกินมาตราฐาน ” หรือ เรียกอีกแบบว่า “ บริการเหนือความคาดหมาย” ของ “ มนุษย์โรงแรม” ดีงาม ..ตามบริบท ..
: ผลสำเร็จ คือ ความภาคภูมิใจ .. ตามมาด้วย ผลตอบแทน “ ค่าบริการ-สวัสดิการ“ ที่ดี ด้วยจาก หยาดเหงือ ที่ แลกมา “ คนโรงแรม”
🎯เป้าหมาย มี ไว้ “ กระหาย” ใน ความ สำเร็จ . ตามประสงค์ “ตนเอง” หรือ“ องค์กร“ ..สู้ๆ 🎖️

💥กลับมาอีกครั้งกับการจัดอันดับ The 50 Best Hotels 2026 หรือทำเนียบ 50 โรงแรมที่ดีที่สุดในโลก โดยปีนี้ Rosewood Hong Kong โรงแรมซึ่งตั้งอยู่ในส่วนหนึ่งของอาคารสูง 65 ชั้นที่มองเห็นวิวอ่าววิกตอเรีย ได้รับการยกให้เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดในโลกเป็นปีที่สองติดต่อกัน ส่วนอันดับ 2 คือโรงแรมในกรุงเทพฯ อย่าง Capella Bangkok

Rosewood Hong Kong ครองอันดับ 1 ในการจัดอันดับ The 50 Best Hotels ประจำปี 2026 ที่เพิ่งประกาศออกมา โดยคว้าอันดับสูงสุดเป็นปีที่สองติดต่อกัน และกลายเป็นโรงแรมแห่งแรกที่สามารถคว้าตำแหน่งนี้ได้ถึง 2 ครั้ง

💢การจัดอันดับดังกล่าว ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่า The World’s 50 Best Hotels ประกาศผลเมื่อวันที่ 15 กันยายน ณ กรุง Paris โดยรวบรวมโรงแรมจาก 6 ทวีปทั่วโลก ตั้งแต่วิลล่าขนาด 24 ห้องริมทะเลสาบ Como ไปจนถึงรีสอร์ตกลางทะเลทรายอันห่างไกล และโรงแรมระดับตำนานที่มีชื่อเสียงที่สุดหลายแห่งของโลก
Rosewood Hong Kong เปิดให้บริการในปี 2019 ตั้งอยู่ภายในโครงการ Victoria Dockside ซึ่งเป็นอาคารสูง 65 ชั้นริมฝั่งน้ำของเกาลูน ขนาดของโรงแรมทำให้การคว้ารางวัลครั้งนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะมีห้องพักและห้องสวีตรวม 419 ห้องแล้ว โรงแรมยังมีร้านอาหารและบาร์ 11 แห่ง รวมถึง Asaya Spa by Guerlain และพนักงานราว 1,200 คน

❇️ผู้จัดอันดับระบุว่า แม้โรงแรมจะมีขนาดใหญ่ แต่ยังสามารถมอบรายละเอียดเล็กๆ ที่เป็นส่วนตัวและใส่ใจเฉพาะบุคคลได้ในระดับเดียวกับโรงแรมขนาดเล็กและมีความเป็นส่วนตัวสูง
ฮ่องกงไม่ได้เป็นเพียงเมืองเดียวที่ติดอันดับสูงสุด โดย Capella Bangkok ขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 2 ขณะที่ Four Seasons Bangkok at Chao Phraya River อยู่ในอันดับ 3 ทั้งนี้ มีโรงแรมจากเอเชียติดอันดับ 50 อันดับแรกทั้งหมด 18 แห่ง ซึ่งรวมถึง Mandarin Oriental Qianmen ในกรุงปักกิ่ง อันดับ 7, The Upper House Hong Kong อันดับ 8, Mandarin Oriental Bangkok อันดับ 10 และ Aman Tokyo อันดับ 11

❇️นอกจากนี้ ใน 50 อันดับนี้ ยังมีโรงแรมไทยติดทำเนียบอีก 1 แห่งด้วยกัน คือ Aman Nai Lert Bangkok ในอันดับที่ 48
สำหรับ 10 อันดับแรก มีดังต่อไปนี้
1. Rose Wood Hongkong - ฮ่องกง
2. Capella Bangkok - กรุงเทพฯ
3. Four Seasons Bangkok at Chao Phraya River – กรุงเทพฯ
4. Atlantis The Royal - ดูไบ
5. Passalacqua - Lake Como
6. Rosewood São Paulo - São Paulo
7. Mandarin Oriental Qianmen – Beijing
8. Upper House Hong Kong – ฮ่องกง
9. Chablé Yucatán – Chocholá
10. Mandarin Oriental Bangkok – กรุงเทพ

ปล: ไปมาแล้ว ..หลายครั้ง ของ เขาดีจริง“ โรงแรมไทย” ที่ได้ รับ รางวัล . ชื่นชม จากใจจริงๆ 🙏

กดอ่านเพิ่ม:
https://forbesthailand.com/newstravelglobal/4-thai-hotels-in-50-best-hotels-2026
Cr:Forbes Thailand Magazine

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
12/09/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

✴️จริต ❗️คนไม่เหมือนกัน ! ชอบน้อยสุด .. อาจดีสุด ! “ คนโรงแรม”

“3 แผนกที่คนโรงแรมอยากทำงานมากที่สุด” ตามมุมมอง และผลสำรวจ การสมัคร งาน ของฝ่าย HR และ สถิติ การสัมภาษณ์.งาน …

1. 🥇 Front Office — Career Path ชัด
2. 🥈 F&B — รายได้รวม + Tips/Service Charge+ มี Skill ติดต้ว+ เติบโต ตามฝีมือ

3. 🥉 Sales & Marketing -ฝ่ายขาย&การตลาด มี Connection ติดตัว + นายหน้า-Freelancers

🥇 1. Front Office — แผนกต้อนรับ

❇️เหตุผล

* ได้พบลูกค้าและผู้คนหลากหลาย
* ได้ใช้ภาษาและพัฒนาทักษะการสื่อสาร
* มีโอกาสเติบโตเป็น Supervisor → Manager → GM
* ได้รู้ภาพรวมการทำงานของโรงแรมค่อนข้างมาก
* สำหรับคนที่ชอบเข้าสังคม งานไม่น่าเบื่อ
* ความต้องการตลาดสูง เพราะโรงแรม สมัยใหม่ แบบ Budget Hotel จะรับ พนักงานที่โต จากสายนี้ เยอะ เช่น เป็น Hotel Manger เพราะไม่ เน้น Outlet ขายแค่ ห้องพัก เช่น B2 , HOP INN …
❇️เปลียน หน้างาน ได้ หลากหลาย เช่น Air hostess- Steward - Customer service- งานต้อนรับใน บริษัทเอกชน .ใหญ่ๆ

✅ข้อดีที่คนชอบ: Career Path ชัด + ได้พัฒนาตัวเองเร็ว

🥈 2. Food & Beverage — อาหารและเครื่องดื่ม
2.1 FB Service - ส่วนบริการ
❇️เหตุผล

* มีหลายสายให้เลือก เช่น Restaurant, Bar, Banquet, Room Service
* ได้พบลูกค้าและสร้างประสบการณ์โดยตรง
* มีโอกาสได้ Service Charge + Tips ในหลายโรงแรม
* คนที่ชอบงานเร็วและมีความท้าทายจะรู้สึกว่าสนุก
* สามารถต่อยอดไปเป็น F&B Manager / Director / GMได้

✅ข้อดีที่คนชอบ: รายได้รวม + ความหลากหลายของงาน

2.2 Kitchen -ครัว

❇️เหตุผล

* เป็นสายอาชีพที่มี Skill เฉพาะทาง ชัดเจน
* ฝีมือดีสามารถต่อยอดไปโรงแรม/ร้านอาหารระดับสูงได้
* มีเส้นทางอาชีพชัดจาก Commis → CDP → Sous Chef → Executive Chef
* คนที่รักการทำอาหารมักมี Passion สูง
* ไม่จำเป็นต้องพบลูกค้าตลอดเวลาเหมือน Front Office
✳️เปิดร้าน เป็นของตัวเองได้ เช่น Bakery หรือร้าน อาหารที่ถนัด - หรือ เป็นที่ปรึกษา - อาจารย์สอน หรือ เป็นกรรม การตัดสิน การแข่งขัน ประกวดการทำ อาหาร เรียกว่า .มีความต้องการ ตลาดสูง ..

✅ข้อดีที่คนชอบ: มีวิชาชีพติดตัว และฝีมือสามารถพาไปได้ไกล

3. แผนกการขายและการตลาด (Sales & Marketing)

👉ผลตอบแทนและสวัสดิการสูง: มีฐานเงินเดือนที่ดี และมักจะมีค่าคอมมิชชัน (Commission) ตามยอดขายห้องพักหรืองานจัดเลี้ยงที่ทำได้
เวลาทำงานเป็นระบบ: มักทำงานเวลาทำการปกติ (Office Hours) จันทร์-ศุกร์ ไม่ต้องเข้ากะเหมือนแผนกปฏิบัติการอื่นๆ ทำให้บริหารเวลาชีวิต (Work-Life Balance) ได้ง่ายกว่า
✳️สร้างคอนเนกชันกว้างขวาง: ได้ติดต่อกับบริษัท เอเจนต์ท่องเที่ยว และลูกค้าองค์กรระดับสูง เป็นการสะสมคอนเนกชันที่ดีต่อสายอาชีพในอนาคต- ทีปรึกษาการขายได้ - เป็น นายหน้า ขาย Affiliates partner …

❇️ ข้อมูลส่วนหนึ่ง จาก สถาบันการศึกษา ที่มีหลักสูตร การเรียน การสอน สาขาวิชาการ ท่องท่องเที่ยว และ การโรงแรม…
👨‍🍳สาขา วิชาการ ด้านงานครัว
จัดเป็นสายวิชา ที่มี นักศึกษา ลงทะเบียน เรียนสูงสุด ..เป็นที่นิยม ของเด็ก GEN. Z ตามกระแส social ที่มี เวทีต่างๆให้แสดง - แข่งขัน ..

Note: ส่วนแผนกอื่นๆ อาจ มีคนสนใจ แต่ ตำแหน่งจำกัด - แข่งขันสูง - รายได้ ไมตอบโจทย์ - อื่นๆ

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #จุดจบคนฉรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
07/09/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

✝️ความเจ็บปวด! ที่ต้องแลก คุ้มไหม❗️“คนโรงแรม” Work life balance มีอยู่จริงเหรอ …

💰วงการนี้ ” กิเลส ตัญหา“ เกาะกิน จิตใจคน ..วางแผนชีวิตให้ดี มีสติ..

👉ความไม่มีโรค . เป็นลาภ อันประเสริฐ อาจ ไม่ใช่ .. สำหรับเรา
👉แต่ความจน..มันน่ากลัว กว่า!
👉หลายคน ทำงาน จนลืมว่า ..การใช้ชีวิต ..แบบ lifestyle เป็นไง!
👉หลาย คน ลืม โรคภัย เป็นไง เมื่อ เห็นเงิน ก้อนโต ..ผลประโยนช์..

😇สุดท้ายอาจ“ ตุย“ ก่อนได้ ใช้เงิน

🏥คำตอบ ..ดีที่ยังมีชีวิต ได้ทำงาน ใช้ สิทธิ ของบริษัท .. กลับกัน เมื่อเรา พิการ..เกษียณอายุล่ะ ..❗️

💟ลำดับปัญหาสุขภาพที่พบมากที่สุดในกลุ่มคนทำงานโรงแรม..

1. โรคกระเพาะอาหาร / กรดไหลย้อน..

💢เหตุผล: ทำงานไม่เป็นเวลา เข้ากะเช้า-บ่าย-ดึก ส่งผลให้เวลารับประทานอาหารคลาดเคลื่อน วันที่แขกเข้าพักเยอะ (Occupancy สูง) หรือช่วง Rush Hour มักจะต้องผัดวันประกันพละในการกินข้าว หรือต้องรีบกินอย่างรวดเร็ว

2. โรคปวดศีรษะไมเกรน / โรคเครียด..

💢เหตุผล: ต้องรับแรงกดดันจากทั้งลูกค้า (Service Mind) และเป้าหมายขององค์กร ต้องมีสติปัญญาและอารมณ์ที่รองรับข้อร้องเรียน (Complaints) อยู่ตลอดเวลา รวมถึงการพักผ่อนที่ไม่เป็นจังหวะตามนาฬิกาชีวิตปกติ

3. โรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (เช่น ออฟฟิศซินโดรม, ปวดหลัง, ปวดขา/ข้อ)

💢เหตุผล: ฝ่ายปฏิบัติการ (Housekeeping, F&B, Front Office) ต้องยืน เดิน หรือยกของหนักติดต่อกันหลายชั่วโมงต่อวัน ส่วนฝ่ายบริหารหรือสนับสนุนต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

4. โรคความดันโลหิตสูง

💢เหตุผล: สะสมมาจากความเครียดเรื้อรัง การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอเนื่องจากการเข้ากะ และพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่สมดุลในระหว่างการทำงาน

5. โรคซึมเศร้า / ภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome)

💢เหตุผล: เกิดจาก Emotional Labor หรือการต้องเก็บกดอารมณ์และยิ้มรับสถานการณ์ตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับเวลางานที่ไม่ตรงกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง ทำให้ขาดการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมปกติในระยะยาว
..
💥โลกสวยงามเสมอ…ในวันที่เราสุขภาพดี ..มีงานทำ .. มีสวัสดิการ..และตราบที่เรา..ใส่ชุด ยูนิฟอร์ม. มีป้ายติดหน้าอก….

Note: เพื่อนๆ วางแผนสุขภาพ ด้วย นะค่ะ หรือ บอกว่า โรคที่น่ากลัวที่สุด คือ..“ โรค ทรัพย์จาง” 🙏
Cr: ภาพประกอบ

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
04/09/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

♨️หลุดโลก❗️ เรื่องเล่า 4 GEN..แบบ เป่าปาก .. สากกกระเบือ ..“คนโรงแรม ”

📍โรงแรมนี้ นะ . เขาไม่รับคนรุ่นเก่า ..Owner เป็น เด็กนอก ..
📍โรงแรมนี้ มีแต่ คนรุ่นเก่า .. Owner เป็น คนเก่า แก่ ในย่านนี้เก็บคนเก่าไว้ . เก๋าเกมส์ !

🎯มุมมอง ที่ แตกด่าง..
Boomers :Block (ขัดขวาง)
Gen X: Burn (เผาจี้/กดดัน)
Gen Y: Bitch (บ่น/ดราม่า)
Gen C: Bye (ไปแล้วจ้า/เท)

🎯โลกกว้าง ความหลากหลายทางเพศ กลไก ช่องว่าง..ที่เกิด Toxic …

🔑ถ้าให้กางแผลงานโรงแรมยุคนี้ออกมาสับแบบแนวดาร์กๆ ไม่โลกสวย งานโรงแรมเป็นธุรกิจ 24/7 ที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน ลูกค้าเคี่ยวๆ และกะการทำงานที่ผลาญพลังชีวิต ความท็อกซิกของแต่ละ Gen จึงเผยออกมาต่างกันอย่างชัดเจน
แต่ถ้าถามว่า "กลุ่มไหนทำงานด้วยยากที่สุดและเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในวงการโรงแรมตอนนี้" ต้องแยกตามประเภทความพังก่อน แล้วจะเห็นตัวตึงที่แท้จริง:🔥

1. Baby Boomers: "ไดโนเสาร์เฝ้าถ้ำ" (ยากระดับ: มะเร็งเรื้อรัง)

"พี่อยู่นี่มาตั้งแต่โรงแรมยังเปิดไม่เต็มเฟส สมัยนั้นพวกพี่ทำกันได้ ไม่เห็นจะมีใครตาย!"

⭕️สันดานดาร์กในงานโรงแรม: * ยึดติด Seniority และระบบศักดินา: มองความ seniority คืออำนาจเบ็ดเสร็จ ห้ามเด็กตั้งคำถาม
👉ต่อต้านความเปลี่ยนแปลง: ยุคนี้ใช้ Property Management System (PMS) ใหม่ๆ หรือระบบ AI แต่ Boomers บางคนยังอยากใช้กระดาษจด manual พอระบบมีปัญหาก็กดดันเด็ก แต่เวลามีเทคโนโลยีใหม่จะปฏิเสธการเรียนรู้
Toxic Resilience: มองว่าการทำงาน 16 ชั่วโมงโดยไม่ได้ OT คือ "ความจงรักภักดี" แล้วเอาตรรกะนี้มาด่าเด็กยุคนี้ว่า "ไม่มีความอดทน" ท่าน !ไม่ส่องกระจก
🚫ทำไมถึงทำงานด้วยยาก: ปรับตัวไม่ได้แต่อยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจตัดสินใจ (GM, Owner, HOD) ทำให้องค์กรเดินหน้าไม่ได้ เด็กเก่งๆ ลาออกยกทีมเพราะเบื่อระบบ "อำนาจนิยม" ยิ่งมี rank& file รุ่นเก่าผสม ด้วย . อย่าเหยียบ เข้ามา !

2. Gen X: "แซนวิชจอมกดดัน & ดื้อเงียบ" (ยากระดับ: ระเบิดเวลา)

"ไม่ต้องถามว่าทำไม ทำๆ ไปเหอะ สั่งอะไรก็ทำไป!

⭕️สันดานดาร์กในงานโรงแรม:
ส่งต่อความท็อกซิก: โดน Boomers กดขี่มาตลอดชีวิต พอขึ้นมาระดับ Manager/Director ก็คิดว่า "กูเคยโดนด่าตบหน้ากลาง Lobby มาก่อน พวกมึงโดนแค่นี้จะตายหรือไง" * หวงวิชา/หวงตำแหน่ง: กลัวเด็ก Gen Y/C ขึ้นมาทดแทน เลยกั๊กความรู้ ไม่สอนงานจริงจัง ชอบใช้ระบบ Micromanage จับผิดทุกตารางนิ้ว
Passive-Aggressive ตัวพ่อตัวแม่: ไม่พูดตรงๆ หน้างาน แต่ใช้วิธีแขวะ กดดันในกลุ่ม LINE หรือตัดเกรด Performance แบบไม่เป็นธรรม..

🚫ทำไมถึงทำงานด้วยยาก: บ้างานจนไม่มี Work-Life Balance และคาดหวังให้ลูกน้องทุ่มชีวิตให้โรงแรมเหมือนตัวเอง ใครไม่ทำ OT ถือว่า "ไม่มีใจ"โดยเฉพาะ พวก เขี้ยวราก ..โต ไม่เป็น ห่วงอำนาจ

3. Gen Y (Millennials): "สายแซะ แบกอีโก้ อยากได้ตำแหน่งแต่ไม่อยากแบกรับ" (ยากระดับ: สงครามประสาท)

"ระบบที่นี่ท็อกซิกมากเลยค่ะพี่ (แต่ตัวเองนั่งนินจาเพื่อนร่วมงานอยู่หลังคาเฟ่กะเช้า)"

⭕️สันดานดาร์กในงานโรงแรม:
ย้อนย้อนย้อนแต่ไม่แก้ปัญหา: เป็น Gen ที่ตั้งคำถามกับทุกอย่าง แต่พอให้ลงมือแก้ปัญหาจริงๆ มักจะหาทางเลี่ยง หรือย้ายโรงแรมหนี (Job Hopper)
Expectation สูงลิบลิ่ว: อยากได้เงินเดือนระดับ Supervisor/Manager ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่อยากทำงานแบบ Work-Life Balance ในธุรกิจที่ไม่เคยนอน
👉สร้างกลุ่มก้อนนินจา: ดราม่าในออฟฟิศส่วนใหญ่มักมี Gen Y เป็นศูนย์กลาง การสร้างสงครามเย็น แบ่งค่าย แบ่งฝ่าย.. คลืนใต้นํ้า มาเป็น ระบอก . กรู เหนื่อยว่ะ

🚫ทำไมถึงทำงานด้วยยาก: คาดเดาอารมณ์ยาก มีความ Sensitive สูง แต่วิพากษ์วิจารณ์คนอื่นแรงมาก ถ้าไม่พอใจพร้อมดึงหน้าใส่ลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานทันที

4. Gen C (Generation Connected / Gen Z สายโซเชียล): "ไร้ร่องรอย & พร้อมระเบิดกะ" (ยากระดับ: วินาศกรรมรายวัน)

"พี่พูดเสียงดังใส่หนู = Workplace Harassment นะคะ ขอลาออกค่ะ (ทิ้งโน้ตไว้ใน LINE ตอน 07:59 น.)"กรู ไม่care ไม่อยากทำงานกับ เต่าล้านปี .

⭕️สันดานดาร์กในงานโรงแรม:
Zero Tolerance ต่อความกดดัน: งานโรงแรมคือการรับอารมณ์คน แต่ Gen C หลายคนทนแรงวีนของแขก (Guest Complaint) ไม่ได้แม้แต่นิดเดียว โดนด่านิดเดียวสติแตก หรือเดินหนีออกจากเคาน์เตอร์
👉การเทงานระดับตำนาน: ลากิจ ลาป่วยวันจันทร์/ศุกร์ หรือวันเทศกาลหนักๆ (New Year, สงกรานต์) แบบไม่มีปี่มีไข้ หรือถ้ารู้สึกไม่ชอบสังคม คือ "เทกะ" แล้วบล็อกเบอร์ทันที

✴️ทุกอย่างคือ ดราม่า: พร้อมเอาเรื่องภายในโรงแรม หรือพฤติกรรมเพื่อนร่วมงานไปอัดคลิปลง TikTok/X (Twitter) โดยไม่สนเรื่องภาพลักษณ์องค์กรหรือ PDPA

🚫ทำไมถึงทำงานด้วยยาก: วางแผนงานด้วยยากมาก เพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะยังมาทำงานอยู่ไหม ความรับผิดชอบต่อกะการทำงาน (Shift Duty) ต่ำสุดในบรรดา ทุก Gen

🏆 ฟันธง: กลุ่มไหนคือ "ตัวตึง" ที่ทำงานร่วมยากที่สุด?
ถ้ามองในแง่ "ภาพรวมของวงการโรงแรม":

🆘อันดับ 1 (สายทำลายระบบปฏิบัติการรายวัน): Gen C
เหตุผล: งานโรงแรมเป็นงานที่ต้องต่อกะกันเหมือนจิ๊กซอว์ ถ้า Gen C เทกะ 1 คน ระบบ Front, F&B หรือ Housekeeping วันนั้นจะ "วินาศทันที" ภาระทั้งหมดจะตกอยู่กับคนที่เหลือ คาดเดาไม่ได้เลยว่าจะอยู่หรือไป

⚡️อันดับ 1 ร่วม (สายทำลายจิตวิญญาณและอนาคตองค์กร): Baby Boomers & Gen X (สายท็อกซิก)

👉เหตุผล: คือคนที่คุมอำนาจ และเป็นต้นเหตุที่ทำให้ Gen Y กับ Gen C ลาออกไม่หยุด การไม่ยอมเปลี่ยนตามโลก ยึดติดระบบเดิมๆ และบริหารด้วยความกลัว (Management by Fear) คือสิ่งที่ฆ่าคนทำงานโรงแรมตายไปเยอะที่สุด.. มีอำนาจแต่อยากได้บารมีเพิ่ม.เป็นงั้น

⛔️สรุปแบบดาร์กๆ: > Baby Boomers/X ทำให้อยู่แล้ว "ประสาทแดก" > ส่วน Gen C ทำให้อยู่แล้ว "เหนื่อยตายเพราะต้องทำงานแทนมัน"

🔥สุดๆ แล้ว ในวรจักร - วงจร มี แทบทุกวงการ แต่ โรงแรม อาจหนักหน่วง เพราะทำงาน กับ ความรู้สึกจิตใจ ของคน ลิ้นกับฟัน แมร่ง . ยังไง ก็เจอ! Nobody is perfect !
❗️ปรับตัว ให้ เข้า กับ สังคม - วัฒนธรรม เสมือน กิ้งก่า เปลียนสี
หรือ เข้าเมืองหลิว .. ก็หลิวตาตาม
อาจ “ รอด” ถ้า อัตตา . ไม่สูงมาก !

Attn: เพื่อนๆ อยู่ GEN ไหน จริงหรือไหม ตามเรื่องเล่า “ คนโรงแรม”วิจารณ์..🙏

Cr: ภาพประกอบ
กดติดตาม:

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
01/09/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

♦️ไม่ DM งาน ! คุณเลือกได้! ไม่อดตาย .. คับที่อยู่ได้ คับใจ อยู่ยากส์ ..⭐️ ระดับดาวไม่ใช่คำตอบทั้งหมด …มาตราฐานอาจต่างกัน.. แต่เป้าหมายเดียวกัน …service charge -benefit กรู..

🏨หากพิจารณาในแง่ของ ขนาดเครือข่าย ความครอบคลุมของพื้นที่ ศักยภาพด้านบริการ และระบบสมาชิก (Loyalty Program) เครือโรงแรมระดับโลก (International Chains) ที่ได้รับการยอมรับว่า ดีที่สุดและทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศไทย 10 อันดับแรก มีดังนี้:

1. Marriott International
ถือเป็น เครืออันดับ 1 ของโลกและในไทย ด้วยจำนวนโปรพาร์ตีและแบรนด์ในเครือที่หลากหลายครอบคลุมทุกระดับ…
🇹🇭แบรนด์เด่นในไทย: The Ritz-Carlton, St. Regis, JW Marriott, W Hotels, Courtyard by Marriott, Sheraton
💢เหตุผลที่ติด Top 1:
ความหลากหลายและครอบคลุม: มีโรงแรมทุกระดับ ตั้งแต่ Ultra-Luxury (Ritz-Carlton, St. Regis) ไปจนถึง Business Hotel
❇️ระบบสิทธิประโยชน์ที่แข็งแกร่งที่สุด: โปรแกรม Marriott Bonvoy มีฐานสมาชิกใหญ่ที่สุด การสะสม/แลกคะแนนในไทยทำได้ง่าย และมีสิทธิประโยชน์อัปเกรดห้องพักที่ชัดเจน
✨คุณภาพและมาตรฐานคงที่: คุณภาพอาหาร การบริการ และมาตรฐานห้องพักอยู่ในระดับสูงสม่ำเสมอทุกจังหวัด..,

2. Accor
เครือโรงแรมยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศสที่มี จำนวนสาขาและห้องพักมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
🇹🇭แบรนด์เด่นในไทย: Raffles, Sofitel, MGallery, Pullman, Novotel, Mercure, ibis
💢เหตุผลที่ติด Top 2:
เข้าถึงง่าย กระจายตัวทั่วไทย: มีตั้งแต่โรงแรมประหยัด (ibis) ไปจนถึงหรูหรา (Sofitel) ตอบโจทย์ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ความชำนาญในตลาดไทย: Accor เข้ามารุกตลาดไทยอย่างยาวนาน มีตำแหน่งที่ตั้ง (Location) ที่ดีเยี่ยมทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวหลัก
❇️โปรแกรมสิทธิประโยชน์ตอบโจทย์คนไทย: โปรแกรม ALL (Accor Live Limitless) และ Accor Plus ให้ส่วนลดค่าอาหารและห้องพักที่คุ้มค่ามากสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อย

3. IHG Hotels & Resorts (InterContinental Hotels Group)
เครือโรงแรมชั้นนำจากอังกฤษที่โดดเด่นเรื่อง ความพรีเมียม ประสบการณ์การพักผ่อน และงานบริการ
🇹🇭แบรนด์เด่นในไทย: InterContinental, Kimpton, Regent, Hotel Indigo, Crowne Plaza, Holiday Inn
💢เหตุผลที่ติด Top 3:
การสร้างประสบการณ์โรงแรมสไตล์ Boutique/Luxury: โรงแรมอย่าง Kimpton Maa-Lai Bangkok หรือ InterContinental Phuket กลายเป็น Benchmark ด้านการดีไซน์และ Lifestyle ในไทย
Pet-Friendly และ Lifestyle Leadership: นำเทรนด์การต้อนรับสัตว์เลี้ยงและการสร้างสังคมตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
ระบบ IHG One Rewards: มีจุดเด่นด้านการบริการที่เป็นมิตรและระบบแลกห้องพักฟรีที่คุ้มค่า

4. Hyatt Hotels Corporation
แม้จำนวนสาขาจะไม่มากเท่า Marriott หรือ Accor แต่ขึ้นชื่อเรื่อง คุณภาพงานบริการ ความหรูหรา และอาหาร (F&B) ระดับท็อป
🇹🇭แบรนด์เด่นในไทย: Park Hyatt, Grand Hyatt, Andaz, Hyatt Regency, Hyatt Place
💢เหตุผลที่ติด Top 4:
มาตรฐานความหรูหราที่พรีเมียมสูง: เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ โดยเฉพาะ Park Hyatt Bangkok หรือ Andaz Pattaya
💥ชื่อเสียงด้านห้องอาหารและการจัดเลี้ยง: ห้องอาหารและไลน์บุฟเฟต์ของกลุ่ม Hyatt (เช่น Grand Hyatt Erawan) ถือเป็นอันดับต้นๆ ในใจของลูกค้าชาวไทย
World of Hyatt: โปรแกรมสมาชิกที่ให้สิทธิประโยชน์แก่สมาชิกระดับสูง (Globalist) อย่างคุ้มค่าที่สุดในบรรดาเครือโรงแรมทั้งหมด

5. Four Seasons Hotels and Resorts
เครือโรงแรมระดับ Ultra-Luxury ที่ได้รับการยกย่องเรื่อง มาตรฐานบริการที่เป็นเลิศที่สุด (Gold Standard of Hospitality)
🇹🇭จุดเด่นในไทย: Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River, Four Seasons Resort Chiang Mai, Four Seasons Resort Koh Samui, Four Seasons Tented Camp Golden Triangle
💢เหตุผลที่ติด Top 5:
การบริการระดับตำนาน: ใส่ใจในรายละเอียดแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Service) ที่เครือระดับมหาชนยากจะเลียนแบบได้
ทำเลและสถาปัตยกรรมระดับไอคอนิก: แต่ละโปรพาร์ตีในไทยได้รับการออกแบบให้เป็นแลนด์มาร์กระดับโลก
⭐️ความน่าเชื่อถือในกลุ่มลูกค้าระดับบน: เป็นตัวเลือกแรกของนักเดินทางระดับ High-Net-Worth และบุคคลสำคัญระดับโลกเมื่อมาเยือนประเทศไทย

🎯สรุปภาพรวมการเลือกใช้งาน
เน้นความหลากหลาย/สะสมแต้มทั่วโลก: เลือก Marriott หรือ IHG
เน้นความคุ้มค่า/ทำเลครอบคลุมทั่วไทย: เลือก Accor
👨‍🍳เน้นอาหารอร่อย/บริการพรีเมียมสม่ำเสมอ: เลือก Hyatt
เน้นความหรูหราสูงสุด/บริการไร้ที่ติ: เลือก Four Seasons

6. Hilton Worldwide
เครือโรงแรมระดับตำนานจากอเมริกาที่มีชื่อเสียงโดดเด่นทั้งในกลุ่มนักเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวและนักธุรกิจ
🇹🇭แบรนด์เด่นในไทย: Waldorf Astoria, Conrad, Hilton, DoubleTree by Hilton, Hilton Garden Inn
💢เหตุผล:
Waldorf Astoria & Conrad: เป็นตัวแทนความหรูหราที่แข็งแกร่งในใจกลางกรุงเทพฯ
Hilton & DoubleTree: ทำเลตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั้งในกรุงเทพฯ, พัทยา, หัวหิน และภูเก็ต
โปรแกรม Hilton Honors: มีฐานสมาชิกต่างชาติที่เดินทางเข้ามาไทยจำนวนมาก สะสม/แลกสิทธิ์ได้คุ้มค่า..

7. Minor Hotels (Anantara, Avani)
แม้จะมีจุดเริ่มต้นและสำนักงานใหญ่ในไทย แต่ดำเนินธุรกิจในฐานะ Global Hotel Chain ที่มีโรงแรมมากกว่า 500 แห่งทั่วโลก
🇹🇭แบรนด์เด่นในไทย: Anantara, Avani, Tivoli, NH Collection, Elewana
💢เหตุผล:
🏖️ความเชี่ยวชาญในตลาดรีสอร์ต: แบรนด์ Anantara โดดเด่นมากเรื่อง Luxury Resort และการถ่ายทอดวัฒนธรรมท้องถิ่น (เช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, สามเหลี่ยมทองคำ, ภูเก็ต)
ตอบโจทย์สไตล์ Modern Lifestyle: แบรนด์ Avani เติบโตเร็วในกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่
การขยายตัวทั่วโลก: เครือนี้อยู่ในโปรแกรม GHA Discovery ทำให้รองรับลูกค้าระดับพรีเมียมจากทั่วโลก…

8. Banyan Group (Banyan Tree)
เครือโรงแรมระดับ Ultra-Luxury/Boutique จากสิงคโปร์ ที่เน้นเรื่องสปา สุขภาพ และความเป็นส่วนตัว
🇹🇭แบรนด์เด่นในไทย: Banyan Tree, Angsana, Cassia, Homm
💢เหตุผล:
🏥ผู้นำด้าน Wellness & Spa Resort: Banyan Tree Phuket และ Banyan Tree Bangkok เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กด้านการพักผ่อนและสปาระดับรางวัลโลก
การบริหารแบบ Pool Villa: โดดเด่นมากในเมืองท่องเที่ยวชายทะเล เช่น ภูเก็ต และสมุย
การจับมือกับ Accor: พันธมิตรทางกลยุทธ์ทำให้ Banyan Group เข้าถึงระบบจองและเครือข่ายของ Accor ทั่วโลก …

9. Shangri-La Group
เครือโรงแรมหรูหราอันดับต้นๆ จากฮ่องกง/เอเชีย ที่ขึ้นชื่อเรื่อง การบริการที่อบอุ่นสไตล์เอเชีย (Asian Hospitality)
แบรนด์เด่นในไทย: Shangri-La, Jen
💢เหตุผล:
ทำเลระดับตำนาน: Shangri-La Bangkok เป็นหนึ่งในโรงแรมติดแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงด้านการจัดงานประชุม/สัมมนา (MICE)
👍เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชียคุณภาพสูง: เป็นตัวเลือกแรกๆ ของนักเดินทางระดับพรีเมียมจากจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน
มาตรฐานอาหารและการบริการ: เด่นเรื่องห้องอาหารจีนและงานบริการระดับ 5 ดาว

10. Rosewood Hotels & Resorts( รู้นะใครบริหาร)
เครือโรงแรม Ultra-Luxury ระดับ Ultra-Premium ที่กำลังมาแรงมากในกลุ่มลูกค้าระดับบนสุด
🇹🇭แบรนด์เด่นในไทย: Rosewood Bangkok, Rosewood Phuket
💢เหตุผล:
👉ปรัชญา "A Sense of Place": เน้นการออกแบบที่สะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่นั้นๆ อย่างประณีต..
ดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มั่งคั่ง: ดีไซน์ทันสมัย นำสมัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับ High-End
สรุปภาพรวมเพิ่มเติม
กลุ่มเน้นปริมาณและมาตรฐานโลก: Hilton (เน้นความมั่นคง มาตรฐาน Business & Leisure)
🏝️กลุ่มผู้นำด้าน Resort & Lifestyle: Minor (Anantara) และ Banyan Tree (เน้นการพักผ่อน สปา และดีไซน์)
กลุ่มหรูหราเฉพาะกลุ่ม (Niche Ultra-Luxury): Rosewood และ Shangri-La (เน้นกลุ่มกำลังซื้อสูงโดยเฉพาะ)
🔶ส่วน ระดับอื่นๆ มี แต่ ไม่เอยถึง เพราะมีเยอะ แต่ กระจาย ทั่วไปๆ ใน ปทท….
📍ข้อดี มี - ข้อเสีย ก็ไม่น้อย แต่มุมมอง ..Owner คือ ผู้เลือก .. ส่วนเรา คื่อ ลูกจ้าง.. แค่ได้แต่ค่อยพยักหน้า .. ก้มหน้า ทำงาน ของเรา ให้ดีที่สุด“ คนโรงแรม” .

Note: โรงแรม ที่ เป็นคนไทย Chain Management ไม่ ได้กล่าวถึง..ไว้คราวหน้า ! ใคร อยู่ที่ไหนบ้าง
ล่ะค่ะ 😍เป็นไงบ้าง

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
29/08/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

🚯ความในใจ❗️มีแบบนี้ ด้วยเหรอ! บทสนทนา ในวงเหล้า! คือ เล่า เรื่องจริง ที่ แฉ กัน ..แบบหนุกหนาน. ปนทุกข์ ..อืดอัด น่ะ พวกว่างั้น ..

📍การอยู่รอด บางที่ อาจ ทำให้ คนอื่น “ เจ็บปวด”

“ความจริงคือ…
ในโรงแรมไม่มีแผนกไหนเกลียดกันจริง ๆ

👉เราแค่เกลียดเวลาที่แผนกอื่น
ทำงานของตัวเองเสร็จ…แล้วส่งงานมาให้เรา” จริงไหม?

💢5 . อันดับแผนกที่ “พนักงานโรงแรมด้วยกัน” มักไม่อยากมีปัญหาด้วย และทำงานยากส์ !

🥇 อันดับ 1 — Front Office แผนกต้อนรับ

* ถูกมองว่า “โยนงานเก่ง”
* รับปากแขกก่อน แล้วค่อยส่งต่อให้แผนกอื่น เจอหนัก แม่บ้าน ..
* แขกด่า Front แต่ Front ก็ต้องหาคนรับผิดชอบต่อ
* เรื่องเล็กจาก Lobby สามารถกลายเป็นเรื่องใหญ่ทั้งโรงแรม
* ประโยคคลาสสิก: “แขกต้องการแบบนี้ค่ะ”
* และสุดท้ายคนที่ต้องทำให้ได้ คือแผนกอื่น
* ลูกค้า ว่า แผนก ต้อนรับ ว่า ให้ได้ .. ว่ามี .. ว่า ไม่คิดเงิน สุดท้าย แผนกอื่นหน้างาน รับไป ..
👉เนี้ย ลูกค้า ร้องเรียน มานะ ว่า แผนกนั้น . แผนกนี้ .. จริงเท็จ ไหม่รู้
อ้าง ว่า ตอน check out

🥈 อันดับ 2 — Sales & Marketing ฝ่ายขาย& การตลาด
👉เก่งขาย+ เก่ง ให้พนักงาน ทะเลาะกันด้วย?
* ขายเก่ง แต่คนอื่นต้อง “ทำให้ได้”
* รับปากลูกค้าโดยไม่ถาม Operation
* รับ Overbook มา ให้ หน้างาน เคลียร์เอง . มีหน้าที่ ขาย…
* โปรโมชันออกแล้วค่อยแจ้ง
* กรุ๊ปเข้าพร้อมกัน 200 คน แต่ทุกคนเพิ่งรู้เมื่อวาน
* ประโยคที่หลายแผนกได้ยินจนชิน: “ลูกค้าสำคัญนะคะ”
* แน่นอน… ลูกค้าสำคัญ แต่คนทำงานก็สำคัญเหมือนกัน 😏
👉ลด แลก แจก แถม พอ พูด ถึง กำไร- ขาดทุน จะ เอาไหมค่า รายได้ หรือ จะปล่อย ไม่มีแขก …
👉รู้ ไหม ไม่มี กรู โรงแรม จะเป็นยังไง ..
👉เกิดปัญหา หน้างาน Operation ลูกค้า อ้าง ฝ่ายขาย โทรหา ไม่รับสาย มรึงแก้กันเอง . จบ !

🥉Accounting/ Finance
ฝ่ายบัญชี

* เรื่องเงิน ทุกอย่างต้องมีหลักฐาน
* “ทำก่อนได้ไหม?” → ไม่ได้ครับ ต้องตามขั้นตอน
* เอกสารผิด 1 จุด = ส่งกลับ
*ต้นทุนสูง .. รายงาน แต่ให้หา supplier หลายๆ เจ้า มา เปรียบเทียบ บอก ไม่มี เวลา
*Recieving บอกคุณภาพ เจ้าของคนสั่ง ต้องรับผิดชอบเอง. ไม่ใช่หน้าที่ ตรวจสอบสินค้า ไม่..แค่นั่น .
* สร้างกฎ โฟสต์ ปิด -ปิดผิด 1 ครั้ง โดน ตัดเงิน เงิน 50-100 บาท
* ยกเลิก บิลล์ - Voice ไม่ได้ แต่เหตุจากลูกค้า นะ .
* เดินตรวจโต๊ ะ อาหาร ทุกโต๊ะ ว่า ทำบิลล์ไหม ( cashier) ..
*นํ้า ยา ห้องซักผ้า บอกไม่นับ invent คืน ต้นทุนสูง รับผิดชอบเอง
* งบไม่มี แต่ทุกแผนกอยากได้ของ
* ประโยคที่หลายคนกลัว: “Budget ไม่พอครับ” 😂
* ในสายตา Operation = แผนกที่ “ฆ่าความฝันด้วยตัวเลข”

4️⃣ HR Human Resource ฝ่ายทรัพยากร บุคคล

👉อ้าง มันคือกฎหมาย นะ เมือกฎระเบียบ อ้าง ไม่ผ่าน หรือ เป็น วัฒนธรรม ของเรา ..

* ทุกคนอยากให้ HR เข้าใจพนักงาน แต่กรู .. ไม่ สน
* แต่พอ HR เริ่มพูดเรื่อง Policy / Regulation / Disciplinary Action ทุกอย่างเปลี่ยนทันที
* พนักงานทะเลาะกัน → HR
* พนักงานลาออก → HR
* ขาดคน → HR
* แต่เวลาขอคนเพิ่ม → “ขออนุมัติก่อนนะคะ” 😏 กรู รู้ นะ
* ประโยคที่ทำให้พนักงานเงียบ: “ขอเชิญมาคุยที่ HR หน่อยค่ะ”
หู เบา ไหมค่า .. ใครพูด แมร่งจับมา เป็นประเด็นหมด เหมือน แผนก“ จับผิด”

5️⃣ Safety & Security ฝ่าย รักษา ความปลอดภัย

*ค้น ตัว ยังกับกรู เป็นโจร
* รายงาน แมร่ง ทุก ดอก ไม่รู้ จริงหรือ เท็จ ถามก่อนไหม
*แอบ กิน อาหาร > ดื่ม เหล้า หรือเปล่า มีกลิ่น ตุ นะๆ
* เดินตรวจ ยังกับ กรู เป็นโจร จ้องอยู่ นั่นแหละ
* ไม่มีอะไร นะ ช่วยๆ กัน ดูแล ทรัพย์สิน ลับหลัง แมร่งเล่นกรู
* ตำนาน ลูก อีช่างฟ้อง รายงาน คือ “ อาวุธ”

✴️ แผนกอื่นๆ มีไหม ? แน่นอน มี แต่ ถ้า เทียบ สถิต แล้ว 5 ลำดับ ข้างต้น ถือว่า ว่า ถูกกล่าว ขวัญ เชย่า บัลลังก์ .. ที่สุด..

🎉บริบท เหมือน เล่นละคร “ โรงละคร”ที่กำหนดไว้ หลังเลิกงาน นั่งกินเหล้าคุยกัน .. บางคนลืม .. บางคนเก็บ รอเวลา ระเบิด

Attn: ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ100% แต่ว่า T.E.A. M ทัศนคติ ที่มี Mindset แบบคนโรงแรม ตระหนัก ที่ยืด ปฎิบัติ กันมา ว่า“ สำคัญ”

Cr: ภาพประกอบ

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
23/08/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

⛔️งานโรงแรม มันสบาย นะ ❗️Can you work under presure? .. คำถาม เวลา ถูก สัมภาษณ์ .. Yes! I can work well under pressure .เมื่อ อยากได้งานทำ? …

❌สัจธรรม ! คนใน อยากออก คนนอก อยากเข้า ..อยู่ที่มุมมอง ปัจเจกบุคคล . โปรด พิจารณา ในการอ่าน !

🔥ปัจจัยกระตุ้น . สร้าง แรงกดดัน (Work under presure)

👉กฎระเบียบ - ข้อบังคับ - SOP ตามติดด้วย KPI ..
👉เป้าหมาย - คาดหวัง ความสำเร็จ
👉สังคม - วัฒนธรรม องค์กร
👉สิทธิประโยชน์ ( Benefit)
👉การเติบโต ในสายงาน ( Career path)
👉ความมั่นคง - ปลอดภัยในอาชีพ

💥เบื้องหลังไฟสปอร์ตไลท์อันหรูหรา หมาเห่า .. รอยยิ้มตามมาตรฐาน 5 ดาว และกลิ่นหอมฟิโรโมนในล็อบบี้ อุตสาหกรรมบริการคือ "โรงงานบดขยี้มนุษย์" ดีๆ นี่เอง ยิ่งคุณอยู่สูง แรงกดดันยิ่งเปลี่ยนรูปแบบ จากแรงงานกาย กลายเป็นพิษทางจิตวิทยาที่คอยกัดกินชีวิต…

💥ไม่ว่า จะโรงแรม กีดาว สุดท้าย เป้าหมาย.. คือ การ ควัก.. ล้วง กระเป๋า ตังส์ ลูกค้า แบบ หิวกระหาย
ที่โดน ป้าย ยา ว่า “ การบริการ ระดับ มาตรฐาน 5 ดาว ทุกระดับประทับใจ..แถมแมร่ง บอก 6 - 10 ดาว .. พูดง่ายจริง ! ทั้งกด และดัน กรู ฝุดๆ …

1. Rank & File (ระดับปฏิบัติการ: พนักงานหน้าร้าน / หลังบ้าน)

🚫แรงกดดัน: การถูกลดทอนความเป็นมนุษย์และบาดแผลทางกาย
💢ความจริงอันมืดมน: พวกเขาคือ "กระสอบทราย" ของโรงแรม ทำงานกะ 8-12 ชั่วโมงโดยยืนตลอดเวลา แลกกับค่าแรงอันน้อยนิดที่ต้องพึ่งพา Service Charge ความกดดันไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้า แต่คือการต้องดักเก็บอารมณ์รองรับความงี่เง่าของแขก (และหัวหน้า) โดยที่ริมฝีปากยังต้องฉีกยิ้มคำว่า "ยินดีค่ะ/ครับ" ห้ามป่วย ห้ามมีอารมณ์ ห้ามมีตัวตน เพราะในสายตาของระบบ พวกเขาเป็นแค่ชิ้นส่วนอะไหล่ที่หาคนมาเสียบแทนเมื่อไหร่ก็ได้

2. Supervisor - Chef de parties (หัวหน้างานขั้นต้น)

🚫แรงกดดัน: แซนด์วิชมนุษย์ ถูกอัดจากทั้งบนและล่าง
💢ความจริงอันมืดมน: จุดเริ่มต้นของภาวะซึมเศร้าในสายงาน พวกเขาไม่มีอำนาจตัดสินใจจริง แต่ต้องรับผิดชอบความผิดพลาดทั้งหมด ลูกน้องมองว่าเขาเป็น "คนของฝ่ายบริหาร" ส่วนผู้จัดการมองว่าเขาเป็นแค่ "พนักงานปฏิบัติการที่พึ่งพาไม่ได้" ต้องคอยตามเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ลูกน้องที่ไม่เอาไหน และโดนด่าแทนเมื่อยอดงานไม่เข้าเป้า เป็นตำแหน่งที่แทบไม่ได้นอน เพราะต้องสแตนด์บายแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอด 24 ชั่วโมง

3. Manager / Duty Manager / Restaurant Manager - Chef de cuisine (ระดับผู้จัดการส่วน / ผู้จัดการกะ)

🚫แรงกดดัน: วิกฤตการณ์รายวัน และการบริหารศพ
💢ความจริงอันมืดมน: Duty Manager คือคนที่ต้องเดินเข้าหาไฟเสมอเมื่อเกิด "ฝันร้าย" ไม่ว่าจะเป็นแขกเสียชีวิตในห้องพัก การคุกคามทางเพศ แขกเมาคลั่ง หรือการฟ้องร้อง หน้าที่ของพวกเขาไม่ใช่แค่แก้ปัญหา แต่คือการ "ปกปิด" ไม่ให้ข่าวเล็ดลอดไปถึงสื่อหรือกระทบแบรนด์ ส่วนผู้จัดการห้องอาหารต้องแบกรับเป้ารายได้ในสภาวะที่ของเสีย (Waste) และต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้น ทุกวันคือการต่อสู้กับตัวเลขและการเมืองในครัว

4. Head of Department - HOD Head Chef - (หัวหน้าแผนก)

🚫แรงกดดัน: สงครามประสาทและการเข่นฆ่าทางธุรกิจ
💢ความจริงอันมืดมน: รอยยิ้มในห้องประชุม HOD Morning Briefing คือหน้ากาก เพราะข้างหลังคือการแทงข้างหลังเพื่อแย่งงบประมาณและทรัพยากร HOD ต้องแบก KPI ที่แทบเป็นไปไม่ได้ (เช่น Cut Cost ลง 20% แต่ต้องรักษาคะแนน Guest Satisfaction ไว้ที่ 95%) ความกดดันระดับนี้เริ่มคุกคามชีวิตครอบครัว พวกเขาต้องแลกเวลาของลูกและคนรักเพื่อตอบไลน์กลุ่มตอนตีสาม โลกของ HOD ไม่มีคำว่าเพื่อนร่วมงาน มีแค่ "พันธมิตรชั่วคราว" หรือ "ศัตรู"
และ เมื่อคุุณ อยู่ ระหว่ากลาง พนักงาน กับ ฝ่ายบริหาร เห็นภาพ นะ จะ Wieght นํ้าหนัก แบบไหน !

5. Director / Executive Assistant Manager - EAM Executive Chef (ระดับผู้อำนวยการ / ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป)

🚫แรงกดดัน: การเป็นเงาที่ไร้ตัวตน และความคาดหวังระดับโครงสร้าง
💢ความจริงอันมืดมน: โดยเฉพาะ Director of Sales & Marketing (DOSM) ที่ต้องนอนกอดตัวเลข RevPAR และ Occupancy Rate ทุกคืน หากตัวเลขตก พวกเขาคือคนแรกที่ต้องโดนแขวนคอ และการตลาด ไม่ มีผลงาน สร้างตัวตน ขององค์กรสู้ คู่แข่งไม่ได้ และ ด้อยกว่า ทีอื่น จบ! ส่วน EAM คือคนที่ต้องทำงานหนักระดับ GM แต่ได้ดีชี้นิ้วแค่ครึ่งเดียว พวกเขาต้องบริหารความกลัว กลัวว่าถ้าพลาดแค่งานเดียว เส้นทางที่จะก้าวขึ้นเป็น GM จะดับสูญทันที ความเครียดถูกสะสมจนกลายเป็นโรคเรื้อรัง การพึ่งพาเหล้าหรือยาคลายเครียดกลายเป็นเรื่องปกติในระดับนี้

6. General Manager / Resident Manager / Hotel Manager (ระดับผู้จัดการทั่วไป / ฝ่ายบริหารสูงสุด)

🚫แรงกดดัน: ความโดดเดี่ยวบนยอดเขา และการเป็นทาสของ "เจ้าของ" (Owner)
💢ความจริงอันมืดมน: ยิ่งสูงยิ่งหนาว และยิ่งเหงาที่สุด GM ไม่ได้สู้กับแขกหรือพนักงาน แต่สู้กับ เจ้าของโรงแรม (Asset Owner) ที่สนใจแค่ GOP (Profit) และ ROI โดยไม่สนความเป็นจริงในฟิลด์งาน GM คือคนที่ต้องกุมความลับทั้งหมดของโรงแรม ตั้งแต่เรื่องคอรัปชั่นภายใน ไปจนถึงเรื่องสืบสวนสอบสวน ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวหมายถึงการถูกยกเลิกสัญญาจ้างทันทีโดยไม่มีการชดเชย พวกเขามักไม่มีเพื่อนแท้ในโรงแรม ต้องแบกรับชะตากรรมของคนนับร้อยชีวิตไว้บนไหล่ ในขณะที่ตัวเองอาจกำลังสูญเสียตัวตนและครอบครัวไปทีละน้อย..

❌ความกดดัน มีทั้ง Front of the house และBack office อยู่ที่ ว่า ใคร อยู่ในสถานการณ์ไหน หลังบ้านแม้ไม่ได้ รับหน้า ลูกค้าตรงๆ แต่ ก็โดนกดดัน จากเพื่อน ร่วมงาน หัวหน้า เพื่อเร่งงานให้ ทัน ส่วนหน้า..ที่คาดหวัง หน่วยงาน ที่เรา เรียกว่า Supporter ..

🔥งานโรงแรม คือ ความคาดหวังที่สูง .. มันตลกร้าย . เมื่อ การสร้าง แรงบันดาลใจ! ใช้ไม่ได้ผล กับคนรุ่นใหม่ ๆ เลือกถอย มากกว่า .. จะสู้ เมื่อมีแรงกดดัน กดทับ ..
ภายใน ก็ แก่งแย่งชิงดี ! อีก สุดท้าย Trunover แมร่ง มันโคตระ สูงปิ้ด!

♨️คนโรงแรม - ภาคบริการ 15% เป็นโรค ซืมเศร้า .อีก ประมาณ 10% มีแนวโน้ม โรคเครียด ถามหา ..มันช่าง บ้าบอ คอแตก ว่าไหม? ทีไหนไม่มี ถือว่า Superb lucky .. สุดติ่งกระดิ่งแมว 🙏.. โชคดี ❣️

Cr: ภาพประกอบ

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม # hotelcareereality

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
22/08/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

💥คำถาม! ที่รอคำตอบ ❗️ทำไม” แอดมิน ไม่ เปิดเผย ตัวตนสักที เหมือน เพจ คนโรงแรม/ ที่พัก หรือ ช่อง สือโซเซียส อื่นๆ ที่เห็นทั่วไป

🎯คำตอบ อีกครั้ง สำหรับคำถาม
คือ “ ทุกคนมีตัวตน” และทำงาน กันอยู่นะค่ะ 😍

👉ไม่ ต้องการให้มีผลกระทบกับงานประจำ ทั้งองค์กร และ ตัวตน แอดมินและเพื่อนร่วมงาน เพราะเป็น”คนโรงแรม” ที่ยังทำงานปกติ
👉ไม่ต้องการ ให้ มีผลกระทบกับ ความเป็นส่วนตัว และครอบครัว และการใช้ชีวิตประจำวัน
👉เนื้อหา อาจมีความ รุนแรง ส่อเสียด กระทบ กระทั่ง คำหยาบ เพื่อให้ เห็นภาพ ความจริง เบื้องหน้า -เบื้องหลัง และ ทั้งด้านบวก -ด้านลบ ของการทำงาน ..แบบของจริง
👉เพจเล่าเรื่อง เกียวกับงาน คนโรงแรม / ที่พัก สถานที่อื่นๆ ที่เกี่ยวกับงานบริการเพิ่มเติม .
👉เพจ ไม่เปิดช่อง in box - การโทร แต่ เน้นสือสาร ใน หน้า feed - comment เพื่อ สร้างสรรค และการสือสาร กัน แบบสมจริง. ไม่ปิดบัง
👉เพจ ไม่ขาย คอร์ทการเรียน - ไม่ขายสินค้าและ ไม่ยุ่งเกียวกับ การพนัน- เกมส์ ใดๆ
👉เพจ ไม่ เน้นปริมาณ การ โฟสต์ หรือการ Broastcast จะดูตามความเหมาะสม รวมถึง VDO- งาน Review บ้าง และไม่เน้นการ สร้างรายได้ใดๆ เน้น การ เข้าถึงแบบ Organic
👉เพจ ต้องการ การตั้งกระทู้ ตอบ สด ในกลุ่มเพื่อนสมาชิก แอดมิน อาจเข้าร่วม ถาม- ตอบ แต่อาจไม่Real time และ ไม่ ได้ตั้ง ถาม-ตอบ แบบ Chatbot แบบอัตโนมัติ.-การโต้ เถึยง ในเพจ คือ สาระ ความรู้ ทั้งนั้น ..
👉เนื้อหา ส่วนใหญ่ เขียน จาก ประสบการณ์จริง . สอบถาม . ศึกษาเพิ่มเติม จากผู้อยู่ในวงการ โรงแรม และมีการใช้ AI ช่วย น้อยมากๆ เพื่อ ให้สมจริง ในบางบทความ เท่านั้น ..
👉การ อ้างอิง เอยถึง ไม่เจาะจง ตัวบุคคล ชื่อ - สถานที่ แบบ ชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยง กฎ PDPA..และกฎหมายอื่นๆ
💢เพจ ยังคงแนว Concept เดิม หาก เพื่อนๆ ที่ติดตามจะรู้ แทบทุก Content จะ รักษา “สภาพ” ตัวตน ของเรา ต่อเนื่องตลอดมา และจะเป็นตลอดไป แนว“ คนโรงแรม”
🙏ขอบคุณ ที่ติดตาม และ ช่วยกัน share - comment กัน เพื่อแลกเปลียน เป็นความรู้ และวิทยาทาน สำหรับ เพื่อนๆ “ คนโรงแรม”

ขอแสดงความ นับถือ
: แอดมินเพจ “ จุดจบคนโรงแรม”

หมายเหตุ : ในเร็วๆ นี้ คงได้ คุย เจอ ตัวตน ของ แอดมิน แน่นอน …

กดติดตามเพจ:

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Food and Beverage Management Association, Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แนะนำ

  • Cana Boutique Hotel

    Cana Boutique Hotel

    141 ซ. จรัญสนิทวงศ์ 57/2 แขวง บางบำหรุ เขต บางพลัด

แชร์

ประเภท