28/09/2026
🚦บทเรียน! ที่ ไม่จำ ..แบบไหน เรียก “ วิกฤต” ภาพเดิมกลับมา...คำว่า “ เอาอยู่” ไม่ควร ออกจากปาก ระดับ ผู้บริหาร..
🎯คำถามคาใจ ทุก รัฐบาล ! .. เวลา เกิด “ วิกฤต” รัฐประกาศ เป็นวันหยุด ราชการ! ❌ทำไม ไม่ทำงาน ช่วยประชาชน .. เวลาติดต่อ ฉุกเฉิน .. บอก ราชการหยุด .. แมร่ง ไรว่ะ .. ทำงานซิ ..สวนทาง! ย้อนแย้ง ..มรึงโทรไปเถอะ.. ปิดทำการ
👉 Cell broadcast แจ้ง เมื่อ ผ่าน ไป 3 วัน บ้า.. ไปแล้ว
👉ร้านสะดวกซื้อ ของหมด ทุกชั้นวาง.. Delivery .. ส่งไม่ได้ นํ้าท่วมถนน…
👉เอกชน ช่วย ปชช. เร็วกว่า ราชการ ..ดันโดน ต่อว่า..
👉เครื่องบิน Deley นํ้าท่วม สนามบิน นักท่องเที่ยว ติด สนามบิน รถ . วิ่งไม่ได้ .. นํ้าท่วม .. BTS .. ดันเสีย ..
👉คนพิการ- ป่วย ติดเตียง - ในบ้าน แถมเจอ สัตว์ เลื้อยคลาน ..
👉สถานที่ อื่นๆ อุทยาน - ที่เที่ยว - นํ้าตก - ป่า ทะยอย ปิด หรือ ในพื้นที่ เมือง ห้าง- สถานศึกษา - เอกชน - ตลาดสด หลายที่ ประกาศ บอก . WFH ..นะ..
👉อื่นๆ
➕ย้อยรอย ! อดีต ที่ สะเทือน ใจ
ของ ปทท. “ คนโรงแรม” เห็นอะไร !
🇹🇭ข้อมูลเชิงลึกและตัวเลขสถิติเกี่ยวกับ ผลกระทบจากมหาอุทกภัยปี 2554 ต่อ ภาคการท่องเที่ยวและโรงแรม รวมถึง ตลาดแรงงาน จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT), สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.), กรมการท่องเที่ยว และกระทรวงแรงงาน สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้…
1. ความเสียหายเชิงมิติเศรษฐกิจและรายได้ภาคโรงแรม/ท่องเที่ยว
มูลค่าความเสียหายรวมของภาคการท่องเที่ยว:
ธนาคารโลก (World Bank) และสภาพัฒน์ (สศช.) ประเมินมูลค่าความเสียหายและสูญเสียทางเศรษฐกิจรวมทั้งประเทศที่ 1.43 ล้านล้านบาท โดยภาคการท่องเที่ยวและบริการติดอันดับ Top 5 ของภาคส่วนที่เสียหายหนักที่สุด
💰รายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งประเทศ สูญเสียไปไม่น้อยกว่า 25,000 – 30,000 ล้านบาท ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2554 เพียงไตรมาสเดียว
👉อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ร่วงมหาโหด:
👉กรุงเทพฯ และปริมณฑล: อัตราการเข้าพักเฉลี่ยในเดือนพฤศจิกายน 2554 ดิ่งลงไปเหลือเพียง 20% – 30% (จากระดับปกติที่ควรจะเป็น High Season อยู่ที่ 75% – 85%)
👉อยุธยาและพื้นที่ภาคกลาง: โรงแรม/ที่พักปิดให้บริการ 100% เป็นเวลานานกว่า 1–2 เดือน เนื่องจากน้ำท่วมสูงในตัวเมืองและนิคมอุตสาหกรรม
🚫ผลกระทบทางอ้อมต่อพื้นที่ไม่ท่วม: จังหวัดท่องเที่ยวที่ไม่ถูกน้ำท่วม เช่น ภูเก็ต สมุย พัทยา ก็ได้รับผลกระทบ โดยยอดจองลดลง 15% – 25% เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติสับสนข้อมูลข่าวสาร (เข้าใจว่าท่วมทั้งประเทศไทย) และการสัญจรผ่านสนามบินดอนเมืองถูกสั่งปิด
การยกเลิกเที่ยวบินและการสัญจร:
การปิด สนามบินดอนเมือง (ช่วงปลายเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2554) ส่งผลกระทบต่อสายการบินต้นทุนต่ำและการเดินทางเชื่อมโยงภายในประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
👫นักท่องเที่ยวต่างชาติยกเลิกการเดินทางเข้าไทยฉับพลันในไตรมาส 4 หายไปประมาณ 500,000 – 800,000 คน จากประมาณการเดิม
2. ผลกระทบเชิงลึกต่อพนักงานและตลาดแรงงานโรงแรม
ตัวเลขสถานประกอบการและแรงงานที่ได้รับผลกระทบ (ภาพรวมบริการและท่องเที่ยว):
กระทรวงแรงงานบันทึกข้อมูล ณ ช่วงวิกฤต พบสถานประกอบการในพื้นที่น้ำท่วมได้รับผลกระทบกว่า 25,000 แห่ง และแรงงานได้รับผลกระทบโดยตรงมากกว่า 1 ล้านคน
🎯เฉพาะภาคโรงแรมและบริการอาหารในพื้นที่ภาคกลางและ กทม. มีพนักงานที่ต้องหยุดงานชั่วคราวชะงักเยียวยามากกว่า 70,000 – 100,000 คน
👉โครงสร้างรายได้พนักงานที่หายไปอย่างสิ้นเชิง:
Service Charge ดิ่งลงเกือบ 0 บาท: พนักงานโรงแรมระดับ 3-5 ดาว ปกติจะมีรายได้จาก Service Charge อยู่ที่ 5,000 – 15,000+ บาท/เดือน แต่ช่วงเดือน พ.ย. - ธ.ค. 2554 เงินส่วนนี้หายไปเกือบทั้งหมด เหลือเพียงหลักร้อยบาทตามรายได้จริงที่เข้ามา
👉การใช้มาตรการลดต้นทุนแรงงาน:
Leave Without Pay: โรงแรมหลายแห่งจำใจให้พนักงานลางานโดยไม่รับค่าจ้างสลับกัน สัปดาห์ละ 2-3 วัน
การเลิกจ้างแรงงานชั่วคราว (Casual/Outsource): กลุ่มแรกที่ถูกเลิกจ้างทันทีคือ พนักงานสัญญาจ้างรายวัน พนักงาน Outsource และนักศึกษาฝึกงาน เพื่อรักษาเงินสด (Cash Flow) ของโรงแรมไว้จ่ายพนักงานประจำ
การย้ายถิ่นฐานและภาวะสมองไหล (Brain Drain):
👉เนื่องจากโรงแรมใน กทม. และอยุธยาหยุดกิจการชั่วคราว พนักงานที่มีทักษะ (เช่น เชฟ, ช่างเทคนิค, พนักงานต้อนรับภาษาต่างประเทศ) จำนวนมากเคลื่อนย้ายไปทำงานในพื้นที่ภาคใต้ (ภูเก็ต, พังงา, กระบี่) หรือต่างประเทศ ส่งผลให้เกิด ภาวะขาดแคลนแรงงาน skilled labor อย่างหนักเมื่อโรงแรมกลับมาเปิดบริการในต้นปี 2555
3. ต้นทุนฟื้นฟูและการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพหลังน้ำลด
งบฟื้นฟูอาคารและระบบงานวิศวกรรม (Renovation Cost):
👉โรงแรมขนาดกลางถึงใหญ่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง (เช่น กรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี, ปทุมธานี, นนทบุรี, อยุธยา) ต้องใช้เงินซ่อมแซมเฉลี่ย 10 – 50 ล้านบาทต่อแห่ง
ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจาก ตู้ไฟ MDB, เครื่องปั่นไฟสำรอง, เครื่องสูบน้ำ และห้องเครื่องลิฟต์ ที่ในสมัยก่อนนิยมวางไว้ชั้นใต้ดิน (Basement) หรือชั้น 1 ซึ่งถูกน้ำจมทั้งหมด
ระยะเวลาในการฟื้นตัว (Recovery Time):
💢โรงแรมส่วนใหญ่ใช้เวลา 3 – 6 เดือน หลังน้ำลด ในการเคลียร์คราบน้ำ กำจัดเชื้อรา ทำลายเฟอร์นิเจอร์ที่บวมน้ำ และรีโนเวทระบบไฟฟ้าก่อนจะได้รับใบอนุญาต/ความปลอดภัยในการเปิดรับแขกอีกครั้ง
✔️ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว (Occupancy Rate) ใช้เวลากว่า 6–9 เดือน ถึงจะกลับเข้าสู่ระดับปกติก่อนเกิดน้ำท่วม (เริ่มกลับมาสมบูรณ์ในช่วงกลางปี 2555)
4. บทเรียนและการปรับตัวเชิงโครงสร้างของธุรกิจโรงแรมหลังปี 2554
เหตุการณ์ปี 2554 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของมาตรฐานการบริหารจัดการโรงแรมในไทย (Hotel Risk Management):
1. การย้ายตำแหน่งเครื่องจักรสำคัญ (Relocation of Critical Assets): โรงแรมที่สร้างใหม่หลังปี 2554 เลิกวางห้องควบคุมไฟฟ้า (MDB) และเครื่องปั่นไฟไว้ชั้นใต้ดิน โดยย้ายขึ้นไปไว้ชั้น 2 หรือชั้นลอย
2. แนวป้องกันน้ำท่วมถาวร (Flood Barrier System): มีการลงทุนสร้างคันกั้นน้ำถาวร และติดตั้งระบบไดโว่/ปั๊มน้ำอัตโนมัติพร้อมกำลังไฟสำรอง
3. เงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยเปลี่ยนไป: บริษัทประกันภัยปรับเพิ่มเงื่อนไข Sub-limit (จำกัดวงเงินคุ้มครองภัยน้ำท่วม) และปรับขึ้นเบี้ยประกันภัยอุทกภัยสูงขึ้นถึง 200% – 300% สำหรับอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่เสี่ยง..
📌 รอสรุป สถิติ หลัง ทุกอย่าง สงบ ผลกระทบ .. ความเสียหาย จะเทียบเท่า ปี 2554 มาก- น้อย เท่าไหร่! สถิติ ที่เรา.. ไม่อยากทำลาย .. คือ สถิติความเสียหาย!
ปล: เป็น กำลังใจ ให้คน โรงแรม/ ที่พัก / งานบริการ 😍🙏..
Cr: ภาพประกอบ
https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #จุดจบคนโรงแรม #ตามติดคนโรงแรม #นํ้าท่วม