เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เพื่อการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ ลดปัจจัยเสี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทุกมิติ

จังหวัดเลยรวมพลังภาคีรัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม 39 หน่วยงาน ลงนาม MOU “จังหวัดเลยน่าอยู่” ยกระดับงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ขับ...
01/09/2026

จังหวัดเลยรวมพลังภาคีรัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม 39 หน่วยงาน ลงนาม MOU “จังหวัดเลยน่าอยู่” ยกระดับงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ขับขี่ปลอดภัย ปกป้องเด็กและเยาวชน สู่การสร้าง “นิเวศสุขภาวะ” ยกจังหวัด

1 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมศรีสองรัก ชั้น 5 ศูนย์ราชการจังหวัดเลย จังหวัดเลย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเลย หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม คณะสงฆ์ ภาคธุรกิจ สื่อมวลชน สภาเด็กและเยาวชน และภาคีเครือข่าย ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะจังหวัดเลย “จังหวัดเลยน่าอยู่ งานบุญประเพณีปลอดเหล้า ขับขี่ปลอดภัย และปกป้องเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง” ประจำปี พ.ศ. 2569–2572 โดยมี นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานในพิธี

การลงนามครั้งนี้เป็นการสานต่อและยกระดับการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะของจังหวัดเลย ซึ่งเริ่มจากการรณรงค์ลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานบุญประเพณี งานเทศกาล และกิจกรรมของชุมชน ก่อนพัฒนาไปสู่กลไกความร่วมมือระดับจังหวัด ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องจากปี 2563 จนถึงปัจจุบัน

จาก “งานลดปัจจัยเสี่ยงเชิงประเด็น” สู่การสร้าง “นิเวศสุขภาวะองค์รวม”

ภายในงาน รศ.ภก.ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. ได้นำเสนอแนวทางการขับเคลื่อน “นิเวศสุขภาวะลดปัจจัยเสี่ยง” เพื่อเชื่อมการดำเนินงานของจังหวัดเลยเข้ากับทิศทางการสร้างเสริมสุขภาพที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ประชาชนสามารถเลือกและดำเนินชีวิตที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น

แนวคิดสำคัญคือ ไม่เพียง แต่การปรับพฤติกรรมที่ตัวบุคคล หรือการลดจำนวนผู้ดื่ม ผู้สูบ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงเท่านั้น แต่ต้องยกระดับไปสู่การ “สร้างนิเวศสุขภาวะ” ที่เชื่อมโยงตั้งแต่บุคคล ครอบครัว ชุมชน หน่วยงาน และระดับนโยบาย เพื่อสร้างเงื่อนไขแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

เปรียบเสมือนการเปลี่ยนจาก “ช่วยคนที่จมน้ำ” ไปสู่ “การสร้างรั้วไม่ให้คนตกน้ำ” คือไม่เพียงแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้น แต่ต้องป้องกันตั้งแต่ต้นทาง สร้างทักษะและภูมิคุ้มกันให้ประชาชน พร้อมพัฒนาระบบและสภาพแวดล้อมที่ลดโอกาสเกิดปัจจัยเสี่ยง โดยการขับเคลื่อนนิเวศสุขภาวะประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ สร้างกลไก สร้างเกราะป้องกันทางสังคม และสร้างกติกา ควบคู่กับการใช้ข้อมูลเพื่อให้ทุกฝ่าย เห็นปัญหาร่วม วางเป้าหมายร่วม ทำงานร่วม และวัดผลร่วมกัน

เป้าหมายจึงเป็นการเปลี่ยนจาก “วงจรปัจจัยเสี่ยง” สู่ “วงจรสร้างสุขภาวะ” ให้ครอบครัวเข้มแข็ง เด็กและเยาวชนมีพื้นที่ปลอดภัย ชุมชนมีกติกาที่ทุกคนยอมรับ ระบบเฝ้าระวังและจัดการความเสี่ยงมีประสิทธิภาพ และทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมสร้างสุขภาวะของคนเลยร่วมกัน

นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้มอบนโยบายให้ทุกภาคส่วนร่วมกันนำทั้ง 6 ประเด็นไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ โดยย้ำให้การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนดำเนินการตลอดทั้งปี ไม่จำกัดเฉพาะช่วงเทศกาล ส่งเสริมงานบุญประเพณี 12 เดือนและงานศพปลอดเหล้า ปกป้องเด็กและเยาวชนจากเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด และปัจจัยเสี่ยง ตลอดจนสร้างบุคคลและองค์กรต้นแบบ และใช้การสื่อสารสาธารณะสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับใหม่นี้ เป็นการสานต่อการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะของจังหวัดเลยที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 และต่อเนื่องจนถึง MOU ฉบับเดิมที่สิ้นสุดในปี พ.ศ. 2568 โดยครั้งนี้จังหวัดเลยและภาคีได้ยกระดับกรอบความร่วมมือให้ทันต่อสถานการณ์และครอบคลุมปัญหาสังคมในมิติที่กว้างขึ้น ภายใต้แนวคิด “จังหวัดเลยน่าอยู่ งานบุญประเพณีปลอดเหล้า ขับขี่ปลอดภัย และปกป้องเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง” เพื่อขับเคลื่อนพร้อมกันในพื้นที่ทั้ง 14 อำเภอ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2572

สาระสำคัญของ MOU กำหนดข้อตกลงร่วม 6 ด้านที่เชื่อมโยงตั้งแต่การบังคับใช้กฎหมาย การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ไปจนถึงการสร้างค่านิยมและการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้แก่

1. บังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับการควบคุมการขายและการดื่มในสถานที่ที่กฎหมายกำหนด เช่น วัดและศาสนสถาน สถานที่ราชการ สถานศึกษา และสวนสาธารณะ การไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีและบุคคลที่มีอาการมึนเมา รวมถึงการควบคุมการเร่ขาย การลดราคา การให้สิทธิพิเศษ การให้ชิมหรือแจกตัวอย่าง ตลอดจนการโฆษณาและการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามที่กฎหมายกำหนด

2.ปกป้องเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยงอย่างเป็นระบบ โดยใช้กลไก “คณะทำงานจังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็กและเยาวชน จังหวัดเลย” เชื่อมการทำงานระหว่างครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงอุดมศึกษา เน้นกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning มีผู้ใหญ่ที่เข้าใจ รับฟัง และร่วมแก้ปัญหากับเด็ก เพื่อสร้างความรอบรู้ ภูมิคุ้มกันจากปัจจัยเสี่ยง และเสริมความเข้มแข็งด้านสุขภาพจิต พร้อมขยาย “พื้นที่สาธารณะปลอดภัย” ให้มีมากกว่าพื้นที่เสี่ยงหรือแหล่งมั่วสุม และเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ พักผ่อน และทำกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างทั่วถึง

3.ลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี ไม่จำกัดเฉพาะเทศกาล โดยเน้นมาตรการ “ดื่มไม่ขับ” และ “ขับขี่ปลอดภัย” ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายจราจร การตั้งด่านชุมชน การคัดกรองผู้มีอาการมึนเมา และการดึงสถานประกอบการ ร้านค้าจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมส่งเสริมทักษะการขับขี่และจิตสำนึกด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะในกระบวนการสอบและต่ออายุใบขับขี่

4. ยกระดับงานบุญประเพณีและเทศกาลสู่พื้นที่ลดปัจจัยเสี่ยง ครอบคลุมงานสำคัญของจังหวัด เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง แข่งเรือ บุญบั้งไฟ งานบุญผีตาโขน และงานประจำปีต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัดในทั้ง 14 อำเภอ พร้อมขยายแนวคิดไปสู่งานบุญประเพณีชุมชนตลอด 12 เดือน หรือ “ฮีต 12 คอง 14” รวมทั้งขยายงานศพปลอดเหล้า ลดค่าใช้จ่ายในงานศพ ภายใต้แนวคิด “งานโศกงานเศร้างดเหล้าเอาบุญ เจ้าภาพไม่เป็นหนี้” ตลอดจนผลักดันวัดและศาสนสถานให้ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ และสร้างค่านิยม “สนุก สุขใจ ไร้แอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด” เพื่อให้งานเทศกาลเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยว

5. สร้างบุคคลและองค์กรต้นแบบของสังคม โดยส่งเสริมให้บุคลากรภาครัฐ ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมมีกระบวนการยกย่องเชิดชูบุคคลและองค์กรที่เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยง เพื่อทำให้ “ต้นแบบที่ดี” กลายเป็นพลังทางสังคมและขยายผลไปสู่ประชาชนในวงกว้าง

6.ใช้การสื่อสารสาธารณะสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งเรื่องกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความปลอดภัยทางถนน การปกป้องเด็กและเยาวชน และการลดปัจจัยเสี่ยง โดยขับเคลื่อนผ่านหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา ชุมชน สื่อมวลชน และภาคีเครือข่าย พร้อมรณรงค์ค่านิยม “ไม่ดื่มแล้วขับ ขับขี่ปลอดภัย” และสื่อสารเพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ

การขับเคลื่อนครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก เครือข่ายงดเหล้า ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ร่วมกับ มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม และ โครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย (สสส.) ตลอดจนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยร่วมกันเชื่อมประสานกลไกจังหวัด อำเภอ ท้องถิ่น สถานศึกษา ชุมชน และภาคประชาสังคม เพื่อสนับสนุนให้เจตนารมณ์จาก MOU สามารถแปลงไปสู่แผนงาน มาตรการ และการปฏิบัติจริงในพื้นที่

รูปภาพเพิ่มเติม
https://drive.google.com/drive/folders/1PQer29Ds7Iftrip8ZOEoQwqwOQUSrYLo?usp=sharing

#จังหวัดเลยน่าอยู่
#เลยน่าอยู่
#เมืองเลยน่าอยู่
#นิเวศสุขภาวะ
#สร้างนิเวศสุขภาวะ
#ลดปัจจัยเสี่ยง
#งานบุญประเพณีปลอดเหล้า
#ขับขี่ปลอดภัย
#เมาไม่ขับ
#ปกป้องเด็กและเยาวชน
#พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน
#นโยบายสาธารณะ
ังหวัดเลย
#พลังความร่วมมือ
#สร้างกลไกสร้างเกราะสร้างกติกา
#เครือข่ายองค์กรงดเหล้า
#เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเลย
#เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน
#สคล
#สสส
#สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
#รวมพลังสร้างสุขภาวะ
#สุขภาวะทุกช่วงวัย
#เลยปลอดภัยคุณภาพชีวิตดี
#มูลนิธิพลังสังคม
#โครงการปลูกพลังบวก

01/09/2026
01/09/2026

📣ขอเชิญร่วมรับชม  การถ่ายทอดสด

🚩พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)การขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ จังหวัดเลย

“จังหวัดเลยน่าอยู่ งานบุญประเพณีปลอดเหล้า ขับขี่ปลอดภัย
และปกป้องเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง” ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙–๒๕๗๒

 สัมโมทนียกถา โดย
พระสิริรัตนเมธี (บุญเพ็ง รตนเมธี)
เจ้าคณะจังหวัดเลย (มหานิกาย)
พระราชวชิรสุธี (สุพัฒน์ สุวฑฺฒโน)
เจ้าคณะจังหวัดเลย (ธรรมยุต)

ประธานในพิธี นายชัยพจน์ จรูญพงศ์
ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย
ร่วมด้วย
รศ.ภก.ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์
กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1

เพจ:เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน
13.00 น.
วันอังคารที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๙
ณ ห้องประชุมศรีสองรัก ชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดเลย
อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย

🚣‍♂️ กาฬสินธุ์ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เตรียมพร้อม “เรือยาวประเพณี ชิงถ้วยพระราชทานฯ ปี 2569” ยกระดับความปลอดภัย สร้างงานประเ...
31/08/2026

🚣‍♂️ กาฬสินธุ์ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เตรียมพร้อม “เรือยาวประเพณี ชิงถ้วยพระราชทานฯ ปี 2569” ยกระดับความปลอดภัย สร้างงานประเพณีสุขภาวะ

📍 31 สิงหาคม 2569 ณ เทศบาลตำบลกมลาไสย อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

จังหวัดกาฬสินธุ์จัดประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงาน การแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดกาฬสินธุ์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2569 โดยมี นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมพระราษรบริหาร ชั้น 2 เทศบาลตำบลกมลาไสย

🤝 การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจาก ส่วนราชการ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ร่วมบูรณาการความพร้อมในทุกมิติ ทั้งการบริหารจัดการพื้นที่ การอำนวยความสะดวก การดูแลความปลอดภัย และการจัดสภาพแวดล้อมภายในงานให้เหมาะสม เป็นระเบียบ และสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน นักกีฬา และนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าร่วมงาน

🛡️ หนึ่งในประเด็นสำคัญ คือ การยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ เพื่อให้งานประเพณีสำคัญของจังหวัดเป็นพื้นที่แห่งความสุข ความสนุก และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น ภายใต้การบริหารจัดการที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงานเป็นสำคัญ

ในการประชุมครั้งนี้ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน และ มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เข้าร่วมประชุมและร่วมเป็นภาคีเครือข่ายสนับสนุนการจัดงาน เพื่อเชื่อมโยงการทำงานด้านการสร้างเสริมสุขภาวะและการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเข้ากับงานประเพณีของจังหวัด

✨ การเตรียมความพร้อมครั้งนี้สะท้อนพลังความร่วมมือของจังหวัดกาฬสินธุ์ในการใช้ “งานประเพณี” เป็นพื้นที่สร้างสุขภาวะ ที่ไม่เพียงสืบสานอัตลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ยังให้ความสำคัญกับการจัดการความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพของสภาพแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถร่วมงานได้อย่างมั่นใจและมีความสุข

อัคราวุธ ขวัญทอง
รายงานกิจกรรม

#เรือยาวประเพณีกาฬสินธุ์ #กมลาไสย #กาฬสินธุ์ #ชิงถ้วยพระราชทาน #งานประเพณีสร้างสุข #พื้นที่ปลอดภัย #สร้างเสริมสุขภาวะ #สคลอีสานตอนบน #มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม #สสส

🙏🏻🙏🏻🙏🏻 กราบในความเมตตาของพระอาจารย์
30/08/2026

🙏🏻🙏🏻🙏🏻 กราบในความเมตตาของพระอาจารย์

เมื่อสมัยเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านลาด อาตมาชอบเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ ห้อง ก. และห้อง ข. ทุกวันหลังเลิกเรียนตอน 16:00 น. และเวลาพักเที่ยง ทีมไหนชนะจะได้รางวัลเป็นมาม่าหรือขนมมาแบ่งกันกิน ความผูกพันตั้งแต่วัยเด็กนี้เอง ทำให้เมื่อมาบวชและได้เห็นสภาพสังคมที่มีอบายมุข ทั้งเหล้า บุหรี่ และการพนันเข้ามาแทรกแซงเด็กๆ อาตมาจึงอยากดึงเด็กกลุ่มนี้ให้ห่างไกลจากอบายมุข และมีโอกาสเติบโตไปเป็นนักกีฬาหรือมีอนาคตที่ดี

ก่อนหน้านี้ อาตมามักเป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดหมู่บ้าน หรือช่วยชาวบ้านขุดสระน้ำและบ่อน้ำในช่วงเดือน 4 และเดือน 5 ที่ขาดแคลนน้ำดื่ม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้หล่อหลอมให้เราอยากช่วยเหลือชุมชนอย่างต่อเนื่อง เหตุผลสำคัญที่เราต้องช่วยเด็กๆ ออกจากยาเสพติด เพราะเวลาที่มีงานบุญ งานประเพณี หรือมหรสพต่างๆ มักเกิดปัญหาการทะเลาะวิวาทและตีกัน ทำให้สังคมแตกแยก การนำกีฬาเข้ามาจึงเป็นการดึงเด็กให้หลุดพ้นจากวงจรร้าย ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการศึกษาผ่านศูนย์ศึกษาพุทธศาสนาวันอาทิตย์ และ กศน. ตำบล เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนหนังสือ มีวุฒิการศึกษา และมีอาชีพพัฒนาตนเอง

ผลลัพธ์ที่ได้คือ เด็กในชุมชนที่เข้ามาร่วมกิจกรรมมีความรับผิดชอบมากขึ้น พฤติกรรมการดื่มและอบายมุขลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเราให้โอกาสพวกเขาได้เรียนหนังสือและสอนศีลธรรม ปรากฏว่าเด็กหลายคนประสบความสำเร็จจนได้ดิบได้ดีเป็นข้าราชการก็มี

สำหรับจุดเริ่มต้นของ "ลานวัดลีก" มาจากความตั้งใจที่อยากให้ลานวัดเป็นพื้นที่กีฬาและลานสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เสริมสร้างพลังและความรู้เพื่อกู้อนาคต โดยร่วมมือกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ชาวบ้านในชุมชน บูรณาการให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็น "ลานวัดลีก พื้นที่สร้างสรรค์ปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่ และการพนัน"

ก่อนที่จะมาเป็นลานวัดลีก เราเคยจัดกิจกรรมมาหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเข้าค่ายคุณธรรม บวชสามเณรภาคฤดูร้อน เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และจัดกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและวันสำคัญของชาติ เช่น วันพ่อและวันแม่ โดยมีทั้งการสวดมนต์ นั่งสมาธิ เล่นกีฬา และทำจิตอาสาพัฒนาวัดและหมู่บ้าน เริ่มต้นจากการประสานโรงเรียนในเขตตำบล 5 แห่งมาร่วมทำกิจกรรมและแข่งขันกีฬาร่วมกัน ก่อนจะขยายผลไปสู่วัดละอำเภอ หมุนเวียนกันมาแข่งขันจนครบ 13 อำเภอในจังหวัดมหาสารคาม ผลตอบรับที่ได้คือเด็กๆ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน และคุณครูที่มาเห็นก็นำรูปแบบกิจกรรมนี้ไปพัฒนาต่อยอดที่โรงเรียนของตนเองได้ สะท้อนให้เห็นว่าวัดในปัจจุบันต้องทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนในการพัฒนาทั้งด้านปัญญาและคุณธรรมควบคู่กับสถานศึกษาในระแวกนั้น เช่นเดียวกับวัดโพธิ์ศรีที่เป็นวัดศูนย์กลางในระดับต้นๆ ของจังหวัด

แน่นอนว่าช่วงแรกย่อมมีแรงต่อต้านจากกลุ่มคนที่ชอบดื่มสุรา สูบบุหรี่ และเล่นการพนัน เมื่อเราไม่อนุญาตให้นำเข้ามาดื่มในพื้นที่ พวกเขาก็ไม่พอใจและส่งเสียงต่อต้าน เราจึงใช้การอธิบายกฎหมายตาม พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพของเด็กๆ ว่าการดื่มแอลกอฮอล์อาจนำไปสู่อุบัติเหตุและการทะเลาะวิวาทของกองเชียร์ เมื่อชุมชนเห็นประโยชน์ที่แท้จริงที่ลูกหลานได้รับ เสียงต่อต้านเหล่านั้นจึงค่อยๆ ลดลงไปเอง จนชุมชนยอมรับว่าที่นี่คือพื้นที่ปลอดภัย ปลอดแอลกอฮอล์และบุหรี่อย่างแท้จริง

เด็กๆ ที่เคยหลงผิดและเข้ามาร่วมกิจกรรมลานวัดลีก ต่างก็สะท้อนให้ฟังว่า เมื่อเลิกสูบและเลิกดื่ม เวลาลงสนามแข่งขันพวกเขาก็ไม่เหนื่อยหอบง่าย ใจเย็นลง และไม่มีอารมณ์ฉุนเฉียวเหมือนก่อน จากเดิมที่เคยมีปัญหาการกระทบกระทั่งในสนาม พอมาทำกิจกรรมนี้ เด็กๆ กลับมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจนักกีฬา ล้มแล้วช่วยพยุงกัน ขอโทษและให้กำลังใจกัน กลายเป็นความรักและความสามัคคีโดยอัตโนมัติ ในช่วงแรกของการจัดงาน เราจะเปิดกว้างให้ทุกคนสมัครใจเข้ามาเล่นโดยไม่จำกัดว่าปัจจุบันคุณสูบบุหรี่หรือดื่มสุราหรือไม่ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลง ก่อนจะเริ่มคัดกรองคนที่ปลอดจากสิ่งเสพติดอย่างแท้จริงเข้ามาแข่งขันในขั้นตอนต่อไป

ในส่วนของการขยายผลไปยังวัดอื่นๆ อาตมาในฐานะพระผู้ปกครองคณะสงฆ์ เคยแนะนำและชวนเชิญอยู่เสมอ แต่ก็ต้องพบกับข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งความกังวลของชุมชนและเจ้าอาวาสบางรูปที่กลัวว่าวัดจะสกปรกหรือเสียหายจากการวิ่งเล่นของเด็กๆ แต่ในความเป็นจริง พื้นที่วัดสามารถปรับใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นลานกีฬา ตากข้าว หรือจัดตลาดนัดอเนกประสงค์ หากทุกวัดเปิดโอกาสให้เด็กๆ และประชาชนในระแวกพื้นที่วัด ก็จะช่วยสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ได้ทั่วถึง

การทำงานกับเด็กๆ ทำให้เห็นพลังแห่งความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่เด็กอาจมีความแข็งกร้าวต่อผู้ปกครองและเพื่อนฝูง พฤติกรรมเหล่านั้นก็กลับกลายเป็นความอ่อนน้อมถ่อมตน กล้าแสดงออกในทางที่ถูกที่ควร และกล้าเปิดใจสื่อสารกับผู้อื่นมากขึ้น ซึ่งถือเป็นข้อดีของการดึงเด็กเข้าวัด

กิจกรรมฟุตซอลในวัดจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเล่นกีฬา แต่เป็นการสร้างชีวิตใหม่ เพราะช่วยให้เด็กห่างไกลจากเหล้า บุหรี่ กัญชา และยาเสพติด รวมถึงการพนัน พร้อมทั้งปลูกฝังความรับผิดชอบและการแสวงหาความรู้ในด้านอื่นๆ สำหรับการจัดแข่งขันลานวัดลีกในปัจจุบัน เราแบ่งรุ่นอายุอย่างครอบคลุมตั้งแต่เด็กอนุบาล ชั้นประถม มัธยมศึกษา จนถึงรุ่นทั่วไปอายุราว 40 ปี เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม

กฎเหล็กสำคัญของลานวัดลีกคือ ห้ามเด็ดขาดไม่ให้มีเหล้า เบียร์ บุหรี่ และการพนันเข้ามาในบริเวณวัด ทั้งการบริโภคและการซื้อขาย เพื่อรักษาพื้นที่ให้เป็นเขตปลอดอบายมุขอย่างแท้จริง การสื่อสารกับชุมชนรอบข้าง เราใช้เครือข่ายการรณรงค์ ถือป้ายเดินรอบหมู่บ้าน ประชาสัมพันธ์ผ่านเฟซบุ๊กวัด หอกระจายข่าว และประสานงานร่วมกับฝ่ายปกครอง สาธารณสุขอำเภอ และ รพ.สต. รวมถึงสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายมหาเถรสมาคมที่ห้ามสูบบุหรี่และจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัด

ในยุคที่เยาวชนสามารถเข้าถึงแอลกอฮอล์ การพนัน และบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่าย สิ่งเหล่านี้เป็นภัยอันตรายร้ายแรงที่ทำลายทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต จนอาจทำให้ป่วยเป็นโรคได้ อาตมาจึงอยากฝากความห่วงใยถึงเด็กๆ และเยาวชนไทยทุกคน ให้ลด ละ และเลิกสิ่งเสพติดเหล่านี้ แล้วหันหน้าเข้าสู่กิจกรรมลานวัด เพราะนี่คือหนทางที่จะสร้างประโยชน์และอนาคตที่ดีที่สุดให้กับเยาวชนอย่างแท้จริง

พระครูวิชัยโพธิสาร วัดโพธิ์ศรี บ้านลาด ตำบลศรีสุข อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม พระนักพัฒนาผู้นำกีฬาฟุตซอล มาเปลี่ยนแปลงเยาวชนและชุมชนภายใต้ "ลานวัดลีก"

#สสส #สคล #พื้นที่สร้างสรรค์ #ไม่ดื่มไม่สูบไม่เสพไม่พนัน #พระนักพัฒนา #ลานวัดลีก #มหาสารคาม

🌿✨ บึงโขงหลงชูท่องเที่ยววิถีสุขภาพ “ผู้ว่าฯ พาเที่ยว One Day Trip” เครือข่ายงดเหล้า–คนหัวใจเพชร ร่วมสร้างพื้นที่เที่ยวปล...
29/08/2026

🌿✨ บึงโขงหลงชูท่องเที่ยววิถีสุขภาพ “ผู้ว่าฯ พาเที่ยว One Day Trip” เครือข่ายงดเหล้า–คนหัวใจเพชร ร่วมสร้างพื้นที่เที่ยวปลอดเหล้า ปลอดภัย 💚

📍 วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ณ สวนตาเด่น บ้านไทยเจริญ ตำบลท่าดอกคำ อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ

เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ ชมรมคนหัวใจเพชรตำบลท่าดอกคำ อำเภอบึงโขงหลง เข้าร่วมกิจกรรม
“ผู้ว่าฯ พาเที่ยว One Day Trip” ภายใต้แนวคิด
🌈 “เที่ยวตามอำเภอใจ…วันนี้ที่บึงโขงหลง”

ภายในกิจกรรม เครือข่ายได้ร่วมจัดบูธรณรงค์ ลดปัจจัยเสี่ยง สื่อสารแนวคิดพื้นที่สร้างสุขสำหรับเด็ก เยาวชน ครอบครัว และนักท่องเที่ยว พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ชุมชน “กล้วยเปี่ยมสุข” 🍌💛 ซึ่งสะท้อนการนำทุนและภูมิปัญญาของชุมชนมาต่อยอดควบคู่กับการสร้างสุขภาวะ

🚫🍺 การดำเนินงานครั้งนี้มุ่งส่งเสริมแนวคิด
“ท่องเที่ยววิถีสุขภาพ ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปลอดภัย และเป็นมิตรกับครอบครัว”
เชื่อมโยงงานลดปัจจัยเสี่ยงเข้ากับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ และศักยภาพของอำเภอบึงโขงหลง ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวิถีชุมชนที่โดดเด่น

🤝 กิจกรรมยังเป็นพื้นที่เชื่อมความร่วมมือระหว่างชุมชน ภาคีเครือข่าย และหน่วยงานต่าง ๆ ในการร่วมกันพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นมากกว่าสถานที่พักผ่อน แต่เป็น “พื้นที่สุขภาวะ” ที่ช่วยสร้างเศรษฐกิจชุมชน สร้างความปลอดภัย และลดปัจจัยเสี่ยงไปพร้อมกัน

💚 เพราะการท่องเที่ยวที่ดี ไม่ได้มีเพียงความสวยงามของสถานที่ แต่ต้องเป็นการท่องเที่ยวที่ ปลอดภัย สุขภาพดี ครอบครัวมีความสุข และชุมชนได้ประโยชน์

📸 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ

#เที่ยวตามอำเภอใจ
#วันนี้ที่บึงโขงหลง
#ผู้ว่าพาเที่ยว

#บึงโขงหลง
#บึงกาฬ
#ท่าดอกคำ
#ชมรมคนหัวใจเพชร
#เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ
#ท่องเที่ยววิถีสุขภาพ
#ท่องเที่ยวปลอดเหล้า
#พื้นที่ปลอดแอลกอฮอล์
#ลดปัจจัยเสี่ยง
#กล้วยเปี่ยมสุข
#ชุมชนสุขภาวะ
#เที่ยวปลอดภัย
#เศรษฐกิจชุมชน
#สคล
#สสส

🌟 ร่วมพิจารณาและยกย่อง “ต้นแบบเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น” ประจำปี 2569📅 วันที่ 29 สิงหาคม 2569📍 ณ ห้องประชุมชุดาปาร์ค ร...
29/08/2026

🌟 ร่วมพิจารณาและยกย่อง “ต้นแบบเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น” ประจำปี 2569

📅 วันที่ 29 สิงหาคม 2569
📍 ณ ห้องประชุมชุดาปาร์ค รีสอร์ท จังหวัดขอนแก่น

นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ เข้าร่วมประชุมในฐานะรองประธานอนุกรรมการฝ่ายพิจารณาคัดเลือกและผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชน ร่วมพิจารณาประวัติ คุณสมบัติ และผลงานของผู้ได้รับการเสนอชื่อ เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2569 รวมทั้งสิ้น 73 ราย/กลุ่ม/องค์กร 👧🏻👦🏻🏆

การพิจารณาครอบคลุม 4 ประเภท ได้แก่

🔸 เด็กและเยาวชนดีเด่น
🔸 กลุ่มเด็กและเยาวชนดีเด่น
🔸 บุคคลที่ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน
🔸 องค์กรที่ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน

พร้อมกันนี้ ได้รับเกียรติจาก นายวีรยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่เปิดกิจกรรมค่ายเยาวชน และร่วมบันทึกภาพกับคณะอนุกรรมการในการประชุมดังกล่าว 🤝📸

กิจกรรมครั้งนี้ช่วยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประชาคมงดเหล้าจังหวัดขอนแก่นกับภาคีเครือข่ายด้านเด็กและเยาวชนในระดับจังหวัด เพื่อร่วมกันส่งเสริม ยกย่อง และสร้างกำลังใจแก่เด็ก เยาวชน บุคคล และองค์กรต้นแบบที่ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม 💜✨

ดำเนินงานในประเด็นการหนุนเสริมกลไกภาคีเครือข่าย ภายใต้โครงการประชาคมงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น

#วันเยาวชนแห่งชาติ2569
#เด็กและเยาวชนดีเด่น
#ต้นแบบเด็กและเยาวชน
#พลังเยาวชนขอนแก่น
#จังหวัดขอนแก่น
#ประชาคมงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น
#เครือข่ายองค์กรงดเหล้า
#สคลอีสานบน
#ภาคีเครือข่ายเด็กและเยาวชน
#พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชน

27/08/2026

เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน x สภ.นาวัง จังหวัดนองบัวลำภู จัดเวทีให้กำลังใจตำรวจที่ร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา ภายใต้แนวคิด "ช่วย ชม เชียร์" หวังต่อยอดความสำเร็จสู่ครอบครัวและชุมชน
27 สิงหาคม 2569 . ณ ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกับ สถานีตำรวจภูธรนาวัง จัดเวที “ฮึบใจ เสริมพลัง งดเหล้า 90 วัน” ภายใต้การขับเคลื่อนโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเสริมพลังให้ผู้ที่ตั้งใจงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถก้าวผ่านช่วงเวลา 90 วันได้อย่างต่อเนื่อง
โดย พ.ต.อ.พงศ์ศักดิ์ ชัยชนะกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนาวัง พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ และเครือองค์กรงดเหล้าจังหวัดหนองบัวลำภู ภายใต้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในโอกาสติดตามผลการดำเนินงานโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา และร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ และมีการกรอกแบบประเมินตนเองของนายตำรวจ ฮึบใจ เสริมพลังใจ ยังงดอยู่ใหม่

บรรยากาศภายในเวทีเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการงดเหล้า การสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตลอดจนการให้กำลังใจแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยเน้นแนวคิด “ช่วย ชม เชียร์” เพื่อให้ผู้ที่ตั้งใจงดเหล้ามีพลังใจในการเดินหน้าต่อ และสามารถนำประสบการณ์ที่ได้รับไปขยายผลสู่ครอบครัว ชุมชน และเพื่อนร่วมงาน
การจัดเวทีครั้งนี้ยังเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง เครือข่ายงดเหล้า สสส. และสถานีตำรวจภูธรนาวัง ในการร่วมกันลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดจนสร้างความตระหนักถึงผลกระทบของการดื่มต่อสุขภาพ ครอบครัว การทำงาน และความปลอดภัยบนท้องถนน
ทั้งนี้
เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดหนองบัวลำภู มุ่งหวังให้ “90 วัน ไม่ใช่เพียงการงดเหล้า แต่เป็นการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงชีวิต” นำไปสู่สุขภาพที่ดีขึ้น ลดรายจ่าย เพิ่มคุณภาพชีวิต และเกิดพลังของคนในองค์กรที่พร้อมเป็นแบบอย่างในการสร้างสังคมปลอดเหล้าอย่างยั่งยืน
“ฮึบใจวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในวันข้างหน้าและเกิดพลังของคนในองค์กรที่พร้อมเป็นแบบอย่างในการสร้างสังคมปลอดเหล้าอย่างยั่งยืน“ฮึบใจวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในวันข้างหน้า90 วัน เปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนสุขภาพ เปลี่ยนสังคม”

ภาพ/ข่าว : Wiriya Kaenpadcha

#เครือข่ายงดเหล้า

21/08/2026

ที่อยู่

ถนน ราษฎ์คนึง, ตำบลในเมือง, อำเภอเมืองขอนแก่น
Khon Kaen
40000

เบอร์โทรศัพท์

+66945364951

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์