01/09/2026
จังหวัดเลยรวมพลังภาคีรัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม 39 หน่วยงาน ลงนาม MOU “จังหวัดเลยน่าอยู่” ยกระดับงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ขับขี่ปลอดภัย ปกป้องเด็กและเยาวชน สู่การสร้าง “นิเวศสุขภาวะ” ยกจังหวัด
1 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมศรีสองรัก ชั้น 5 ศูนย์ราชการจังหวัดเลย จังหวัดเลย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเลย หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม คณะสงฆ์ ภาคธุรกิจ สื่อมวลชน สภาเด็กและเยาวชน และภาคีเครือข่าย ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะจังหวัดเลย “จังหวัดเลยน่าอยู่ งานบุญประเพณีปลอดเหล้า ขับขี่ปลอดภัย และปกป้องเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง” ประจำปี พ.ศ. 2569–2572 โดยมี นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานในพิธี
การลงนามครั้งนี้เป็นการสานต่อและยกระดับการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะของจังหวัดเลย ซึ่งเริ่มจากการรณรงค์ลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานบุญประเพณี งานเทศกาล และกิจกรรมของชุมชน ก่อนพัฒนาไปสู่กลไกความร่วมมือระดับจังหวัด ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องจากปี 2563 จนถึงปัจจุบัน
จาก “งานลดปัจจัยเสี่ยงเชิงประเด็น” สู่การสร้าง “นิเวศสุขภาวะองค์รวม”
ภายในงาน รศ.ภก.ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. ได้นำเสนอแนวทางการขับเคลื่อน “นิเวศสุขภาวะลดปัจจัยเสี่ยง” เพื่อเชื่อมการดำเนินงานของจังหวัดเลยเข้ากับทิศทางการสร้างเสริมสุขภาพที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ประชาชนสามารถเลือกและดำเนินชีวิตที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น
แนวคิดสำคัญคือ ไม่เพียง แต่การปรับพฤติกรรมที่ตัวบุคคล หรือการลดจำนวนผู้ดื่ม ผู้สูบ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงเท่านั้น แต่ต้องยกระดับไปสู่การ “สร้างนิเวศสุขภาวะ” ที่เชื่อมโยงตั้งแต่บุคคล ครอบครัว ชุมชน หน่วยงาน และระดับนโยบาย เพื่อสร้างเงื่อนไขแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
เปรียบเสมือนการเปลี่ยนจาก “ช่วยคนที่จมน้ำ” ไปสู่ “การสร้างรั้วไม่ให้คนตกน้ำ” คือไม่เพียงแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้น แต่ต้องป้องกันตั้งแต่ต้นทาง สร้างทักษะและภูมิคุ้มกันให้ประชาชน พร้อมพัฒนาระบบและสภาพแวดล้อมที่ลดโอกาสเกิดปัจจัยเสี่ยง โดยการขับเคลื่อนนิเวศสุขภาวะประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ สร้างกลไก สร้างเกราะป้องกันทางสังคม และสร้างกติกา ควบคู่กับการใช้ข้อมูลเพื่อให้ทุกฝ่าย เห็นปัญหาร่วม วางเป้าหมายร่วม ทำงานร่วม และวัดผลร่วมกัน
เป้าหมายจึงเป็นการเปลี่ยนจาก “วงจรปัจจัยเสี่ยง” สู่ “วงจรสร้างสุขภาวะ” ให้ครอบครัวเข้มแข็ง เด็กและเยาวชนมีพื้นที่ปลอดภัย ชุมชนมีกติกาที่ทุกคนยอมรับ ระบบเฝ้าระวังและจัดการความเสี่ยงมีประสิทธิภาพ และทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมสร้างสุขภาวะของคนเลยร่วมกัน
นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้มอบนโยบายให้ทุกภาคส่วนร่วมกันนำทั้ง 6 ประเด็นไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ โดยย้ำให้การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนดำเนินการตลอดทั้งปี ไม่จำกัดเฉพาะช่วงเทศกาล ส่งเสริมงานบุญประเพณี 12 เดือนและงานศพปลอดเหล้า ปกป้องเด็กและเยาวชนจากเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด และปัจจัยเสี่ยง ตลอดจนสร้างบุคคลและองค์กรต้นแบบ และใช้การสื่อสารสาธารณะสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับใหม่นี้ เป็นการสานต่อการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะของจังหวัดเลยที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 และต่อเนื่องจนถึง MOU ฉบับเดิมที่สิ้นสุดในปี พ.ศ. 2568 โดยครั้งนี้จังหวัดเลยและภาคีได้ยกระดับกรอบความร่วมมือให้ทันต่อสถานการณ์และครอบคลุมปัญหาสังคมในมิติที่กว้างขึ้น ภายใต้แนวคิด “จังหวัดเลยน่าอยู่ งานบุญประเพณีปลอดเหล้า ขับขี่ปลอดภัย และปกป้องเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง” เพื่อขับเคลื่อนพร้อมกันในพื้นที่ทั้ง 14 อำเภอ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2572
สาระสำคัญของ MOU กำหนดข้อตกลงร่วม 6 ด้านที่เชื่อมโยงตั้งแต่การบังคับใช้กฎหมาย การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ไปจนถึงการสร้างค่านิยมและการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้แก่
1. บังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับการควบคุมการขายและการดื่มในสถานที่ที่กฎหมายกำหนด เช่น วัดและศาสนสถาน สถานที่ราชการ สถานศึกษา และสวนสาธารณะ การไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีและบุคคลที่มีอาการมึนเมา รวมถึงการควบคุมการเร่ขาย การลดราคา การให้สิทธิพิเศษ การให้ชิมหรือแจกตัวอย่าง ตลอดจนการโฆษณาและการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามที่กฎหมายกำหนด
2.ปกป้องเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยงอย่างเป็นระบบ โดยใช้กลไก “คณะทำงานจังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็กและเยาวชน จังหวัดเลย” เชื่อมการทำงานระหว่างครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงอุดมศึกษา เน้นกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning มีผู้ใหญ่ที่เข้าใจ รับฟัง และร่วมแก้ปัญหากับเด็ก เพื่อสร้างความรอบรู้ ภูมิคุ้มกันจากปัจจัยเสี่ยง และเสริมความเข้มแข็งด้านสุขภาพจิต พร้อมขยาย “พื้นที่สาธารณะปลอดภัย” ให้มีมากกว่าพื้นที่เสี่ยงหรือแหล่งมั่วสุม และเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ พักผ่อน และทำกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างทั่วถึง
3.ลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี ไม่จำกัดเฉพาะเทศกาล โดยเน้นมาตรการ “ดื่มไม่ขับ” และ “ขับขี่ปลอดภัย” ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายจราจร การตั้งด่านชุมชน การคัดกรองผู้มีอาการมึนเมา และการดึงสถานประกอบการ ร้านค้าจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมส่งเสริมทักษะการขับขี่และจิตสำนึกด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะในกระบวนการสอบและต่ออายุใบขับขี่
4. ยกระดับงานบุญประเพณีและเทศกาลสู่พื้นที่ลดปัจจัยเสี่ยง ครอบคลุมงานสำคัญของจังหวัด เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง แข่งเรือ บุญบั้งไฟ งานบุญผีตาโขน และงานประจำปีต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัดในทั้ง 14 อำเภอ พร้อมขยายแนวคิดไปสู่งานบุญประเพณีชุมชนตลอด 12 เดือน หรือ “ฮีต 12 คอง 14” รวมทั้งขยายงานศพปลอดเหล้า ลดค่าใช้จ่ายในงานศพ ภายใต้แนวคิด “งานโศกงานเศร้างดเหล้าเอาบุญ เจ้าภาพไม่เป็นหนี้” ตลอดจนผลักดันวัดและศาสนสถานให้ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ และสร้างค่านิยม “สนุก สุขใจ ไร้แอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด” เพื่อให้งานเทศกาลเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยว
5. สร้างบุคคลและองค์กรต้นแบบของสังคม โดยส่งเสริมให้บุคลากรภาครัฐ ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมมีกระบวนการยกย่องเชิดชูบุคคลและองค์กรที่เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยง เพื่อทำให้ “ต้นแบบที่ดี” กลายเป็นพลังทางสังคมและขยายผลไปสู่ประชาชนในวงกว้าง
6.ใช้การสื่อสารสาธารณะสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งเรื่องกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความปลอดภัยทางถนน การปกป้องเด็กและเยาวชน และการลดปัจจัยเสี่ยง โดยขับเคลื่อนผ่านหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา ชุมชน สื่อมวลชน และภาคีเครือข่าย พร้อมรณรงค์ค่านิยม “ไม่ดื่มแล้วขับ ขับขี่ปลอดภัย” และสื่อสารเพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ
การขับเคลื่อนครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก เครือข่ายงดเหล้า ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ร่วมกับ มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม และ โครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย (สสส.) ตลอดจนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยร่วมกันเชื่อมประสานกลไกจังหวัด อำเภอ ท้องถิ่น สถานศึกษา ชุมชน และภาคประชาสังคม เพื่อสนับสนุนให้เจตนารมณ์จาก MOU สามารถแปลงไปสู่แผนงาน มาตรการ และการปฏิบัติจริงในพื้นที่
รูปภาพเพิ่มเติม
https://drive.google.com/drive/folders/1PQer29Ds7Iftrip8ZOEoQwqwOQUSrYLo?usp=sharing
#จังหวัดเลยน่าอยู่
#เลยน่าอยู่
#เมืองเลยน่าอยู่
#นิเวศสุขภาวะ
#สร้างนิเวศสุขภาวะ
#ลดปัจจัยเสี่ยง
#งานบุญประเพณีปลอดเหล้า
#ขับขี่ปลอดภัย
#เมาไม่ขับ
#ปกป้องเด็กและเยาวชน
#พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน
#นโยบายสาธารณะ
ังหวัดเลย
#พลังความร่วมมือ
#สร้างกลไกสร้างเกราะสร้างกติกา
#เครือข่ายองค์กรงดเหล้า
#เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเลย
#เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน
#สคล
#สสส
#สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
#รวมพลังสร้างสุขภาวะ
#สุขภาวะทุกช่วงวัย
#เลยปลอดภัยคุณภาพชีวิตดี
#มูลนิธิพลังสังคม
#โครงการปลูกพลังบวก