13/10/2026
สถิตในดวงใจ ตราบนิจนิรันดร์ 🙏
๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙ น้อมรำลึก ๑๐ ปีแห่งการเสด็จสวรรคต
จากเจ้าฟ้าน้อยผู้ทรงสูญเสียพระบิดา สู่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุทิศพระชนม์ชีพเพื่อแผ่นดิน
๘๘ พรรษาแห่งพระชนม์ชีพ ๗๐ ปีแห่งการครองราชย์ และเรื่องราวที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือน
มีเรื่องราวหนึ่งที่ชวนให้หวนคิดถึงพระองค์อย่างยิ่ง
ผศ. ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ นักดนตรีวง อ.ส.วันศุกร์ ผู้เคยถวายงานใกล้ชิด เล่าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เคยมีรับสั่งถึงการเกษียณเมื่อทรงมีพระชนมายุ ๖๐ พรรษา และพระราชประสงค์ที่จะเสด็จฯ ไปฟังดนตรีแจ๊ส ณ เมืองนิวออร์ลีนส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
เมืองแห่งเสียงดนตรีที่พระองค์ทรงโปรด
แต่เมื่อถึงวัยที่ทรงเคยกล่าวถึงนั้น พระองค์ก็ยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง
และการเสด็จฯ ไปนิวออร์ลีนส์ครั้งนั้นก็ไม่เคยเกิดขึ้น
หากย้อนกลับไปตามช่วงพระชนมายุ จะพบว่าตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ มีทั้งความสูญเสีย ความเปลี่ยนแปลง ความสำเร็จ และพระราชกรณียกิจมากมายที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย
เมื่อพระชนมายุเพียง ๑ พรรษาเศษ
พ.ศ. ๒๔๗๒ ทรงสูญเสียสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ขณะที่ยังทรงพระเยาว์
๕ พรรษา
พ.ศ. ๒๔๗๖ เสด็จไปประทับและทรงศึกษาที่เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนีและพระเชษฐภคินีและพระบรมเชษฐาธิราช
ดินแดนแห่งนี้กลายเป็นสถานที่สำคัญในช่วงทรงพระเยาว์ และเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้หลายแขนง รวมถึงดนตรีและการถ่ายภาพ
๑๘ พรรษา
พ.ศ. ๒๔๘๙ ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลง “แสงเทียน” ซึ่งเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับแรก
แต่แล้ววันที่ ๙ มิถุนายน ปีเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระบรมเชษฐาธิราช เสด็จสวรรคต
พระองค์จึงเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ขณะมีพระชนมายุเพียง ๑๘ พรรษา ๖ เดือน
๒๐–๒๒ พรรษา
พ.ศ. ๒๔๙๑ ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่งผลให้ทรงได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณพระเนตรขวา
ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๙๒ ทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร
วันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส
และวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการที่คนไทยคุ้นเคยกันดี
“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
ช่วงปลายพระชนมายุ ๒๐ พรรษา
พระองค์เริ่มเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่าง ๆ ทรงรับฟังปัญหาความเดือดร้อน โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำและความยากจน
ใน พ.ศ. ๒๔๙๘ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงพบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของแนวพระราชดำริเรื่องฝนหลวง
๒๘ พรรษา
พ.ศ. ๒๔๙๙ ทรงพระผนวชตามโบราณราชประเพณี ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ก่อนเสด็จไปประทับศึกษาพระธรรมวินัย ณ วัดบวรนิเวศวิหาร รวมระยะเวลาทรงพระผนวช ๑๕ วัน
๓๕ พรรษา
พ.ศ. ๒๕๐๖ โครงการอ่างเก็บน้ำเขาเต่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นโครงการชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งแรกของกรมชลประทาน ก่อสร้างแล้วเสร็จ
จากปัญหาขาดแคลนน้ำในหมู่บ้านเล็ก ๆ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของงานพัฒนาแหล่งน้ำที่ขยายต่อไปอีกมากมาย
๔๐ พรรษา
วันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ทรงชนะเลิศการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ ๔ และทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทอง
วันดังกล่าวต่อมาได้รับการกำหนดให้เป็นวันกีฬาแห่งชาติ
ช่วงพระชนมายุ ๔๑–๔๒ พรรษา
พ.ศ. ๒๕๑๒ เริ่มดำเนินโครงการหลวง รวมถึงสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่
เพื่อศึกษาและส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาว สร้างทางเลือกในการประกอบอาชีพแก่ราษฎรบนพื้นที่สูง ลดการพึ่งพาการปลูกฝิ่น และส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ในช่วงเวลาเดียวกัน การทดลองปฏิบัติการฝนหลวงก็เริ่มเป็นรูปธรรม
๔๖ พรรษา
วันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ มีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศที่ควรเริ่มจากการสร้างพื้นฐานความพอมีพอกินให้แก่ประชาชน
แนวคิดนี้ได้รับการพัฒนาต่อมา และกลายเป็นรากฐานสำคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ช่วงพระชนมายุ ๕๖–๕๗ พรรษา
พ.ศ. ๒๕๒๗ ทรงให้ศึกษาทดลองแนวทางแก้ปัญหาดินเปรี้ยวจัด ที่ต่อมารู้จักกันในชื่อ “โครงการแกล้งดิน”
เป็นการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาปรับปรุงดินที่มีปัญหา เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อีกครั้ง
๖๐ พรรษา
พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นปีที่มูลนิธิชัยพัฒนาได้รับการจัดตั้งขึ้น เพื่อสนับสนุนงานพัฒนาและช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะปัญหาที่จำเป็นต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว
นี่คือช่วงวัยที่เคยมีรับสั่งถึงการเกษียณและการเสด็จฯ ไปฟังดนตรีแจ๊ส
แต่พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนายังคงดำเนินต่อไป
๖๑–๖๕ พรรษา
ปลาย พ.ศ. ๒๕๓๑ ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริเรื่องเครื่องกลเติมอากาศเพื่อบำบัดน้ำเสีย
จนพัฒนาเป็น “กังหันน้ำชัยพัฒนา” และได้รับการจดสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยเมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๖
จากแนวคิดแก้ปัญหาน้ำเสีย สู่สิ่งประดิษฐ์ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
๖๗ พรรษา
พ.ศ. ๒๕๓๘ ประเทศไทยเผชิญปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ พระองค์ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริ “แก้มลิง”
อาศัยหลักการพักน้ำไว้ชั่วคราว ก่อนระบายออกในช่วงเวลาที่เหมาะสม
แนวคิดที่นำธรรมชาติและความเข้าใจระบบน้ำมาประยุกต์ใช้ในการลดความเดือดร้อนของประชาชน
๖๘ พรรษา
พ.ศ. ๒๕๓๙ ประเทศไทยจัดพระราชพิธีและงานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี
ในปีเดียวกัน พระราชนิพนธ์เรื่อง “พระมหาชนก” ได้รับการเผยแพร่ ถ่ายทอดข้อคิดเกี่ยวกับความเพียรและการไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
๗๑ พรรษา
วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
โครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในลุ่มน้ำป่าสักและพื้นที่เกี่ยวเนื่อง
๘๑ พรรษา
พ.ศ. ๒๕๕๒ เริ่มดำเนินโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี
เป็นพื้นที่ทดลองและเรียนรู้การเกษตรที่นำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้
แม้จะทรงมีพระชนมายุล่วงเข้าสู่วัยชราแล้ว พระองค์ก็ยังทรงติดตามงานพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
๘๒ พรรษา
วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ พร้อมสะพานภูมิพล ๑ และสะพานภูมิพล ๒
พระราชกรณียกิจครั้งนั้นสะท้อนให้เห็นถึงพระราชหฤทัยที่ยังทรงใส่พระราชหฤทัยต่อการจัดการน้ำและการพัฒนาประเทศ
๘๘ พรรษา
วันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลศิริราช
สิริพระชนมายุ ๘๘ พรรษา ๑๐ เดือน ๘ วัน
ทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานถึง ๗๐ ปี
---
ย้อนกลับไปยังความฝันเล็ก ๆ เรื่องดนตรีแจ๊ส
เรื่องราวที่ ผศ. ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ ถ่ายทอดไว้ ยังมีรายละเอียดที่ชวนประทับใจ
เมื่อพระองค์มิได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังนิวออร์ลีนส์ตามพระราชประสงค์ คณะผู้ถวายงานด้านดนตรีจึงจัดให้นักดนตรีแจ๊สจากเมืองดังกล่าวเดินทางมาบรรเลงถวายถึงประเทศไทย
เป็นการนำเสียงดนตรีจากเมืองที่ทรงอยากเสด็จไป มาให้ได้ทรงสดับแทน
เรื่องเล่านี้ทำให้เราได้เห็นอีกด้านหนึ่งของพระราชประวัติ
นอกเหนือจากพระราชกรณียกิจอันมากมาย พระองค์ยังทรงเป็นผู้ที่มีพระราชหฤทัยผูกพันกับดนตรี ศิลปะ วิทยาศาสตร์ และการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง
เมื่อมองย้อนกลับไปตลอดพระชนม์ชีพ จะพบว่าพระราชกรณียกิจของพระองค์ครอบคลุมตั้งแต่ผืนนา ป่าเขา แหล่งน้ำ ไปจนถึงการศึกษา สาธารณสุข และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน
หลายโครงการเริ่มต้นจากปัญหาเล็ก ๆ ของราษฎรในพื้นที่หนึ่ง ก่อนพัฒนาเป็นองค์ความรู้และแนวทางที่คนรุ่นหลังยังสามารถนำไปศึกษาและต่อยอดได้
๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙
ครบ ๑๐ ปีแห่งการเสด็จสวรรคต
แม้กาลเวลาจะผ่านไป แต่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และแนวพระราชดำริจำนวนมาก ยังคงปรากฏอยู่ในแผ่นดินไทย
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์