Dm-ค้าข้าวและสิ่นค้าอื่นๆ

Dm-ค้าข้าวและสิ่นค้าอื่นๆ บ้านตากอากาศกลางทุ่งนา

15/09/2026
13/09/2026

ทุนใหม่ลง 3 จังหวัด! BOI ไฟเขียว 9,640 ล้าน ดันมหาสารคาม–อยุธยา–ระยอง

เงินลงทุน 9,640 ล้านบาทกำลังถูกกระจายไปยังสามฐานเศรษฐกิจคนละแบบ ตั้งแต่ลมบนที่ราบสูง โรงงานอาหารในอยุธยา ไปจนถึงแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ระยอง

บอร์ดส่งเสริมการลงทุนอนุมัติให้การส่งเสริมโครงการขนาดใหญ่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 9,640 ล้านบาท ครอบคลุมพลังงานหมุนเวียน บรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ข่าวนี้ต่างจากตัวเลขคำขอลงทุนรวม เพราะมีชื่อบริษัท ประเภทกิจการ วงเงิน และสถานที่ของแต่ละโครงการครบ

โครงการแรกคือ บริษัท วินด์ มหาสารคาม 1 จำกัด ลงทุนขยายกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม กำลังผลิต 90 เมกะวัตต์ เพื่อขายไฟให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย วงเงิน 3,172 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม จึงเป็นการลงทุนที่วางสินทรัพย์ผลิตไฟฟ้าไว้ใกล้ทรัพยากรลม ไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะชายฝั่งหรือเขตอุตสาหกรรมเดิม

โครงการที่สองมาจาก บริษัท พรีซิชั่น พลาสติก จำกัด ผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกปลอดเชื้อมากกว่า 30 ปี บริษัทจะขยายการผลิตบรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนปลอดเชื้อ รวมถึงเครื่องดื่มจากพืชผักผลไม้และสิ่งปรุงแต่งอาหาร ลงทุน 2,033 ล้านบาทในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จุดน่าสนใจของพรีซิชั่น พลาสติกคือ เงินก้อนนี้ไม่ได้สร้างเพียงกำลังผลิตพลาสติกทั่วไป แต่ผูกกับมาตรฐานความสะอาดของอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นงานที่คุณภาพบรรจุภัณฑ์มีผลต่ออายุสินค้าและความปลอดภัย การขยายฐานของบริษัทไทยเดิมจึงเป็นอีกภาพหนึ่งของการยกระดับอุตสาหกรรม ไม่ใช่มีเพียงทุนต่างชาติเข้ามาตั้งโรงงานใหม่

โครงการใหญ่ที่สุดในชุดนี้คือ บริษัท ชูแคน (ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่ม ShuCan Technology จากเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ลงทุน 4,435 ล้านบาท ขยายการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ PCBA ที่นิคมอุตสาหกรรมหนองละลอก จังหวัดระยอง เพื่อรองรับลูกค้าที่ขยายฐานผลิตอุปกรณ์รับส่งข้อมูลทางแสงในไทยก่อนหน้านี้

ชูแคนจะใช้เทคโนโลยี Surface Mount Technology หรือ SMT ครบทั้งสายการผลิต การเลือกระยองจึงมีความหมายมากกว่าการเพิ่มโรงงานอีกหนึ่งแห่ง เพราะเป็นการวางผู้ผลิตชิ้นส่วนให้ตามลูกค้าหลักเข้ามา เมื่อโรงงานต้นน้ำหรือผู้ประกอบชิ้นส่วนอยู่ใกล้กัน ระยะขนส่ง การประสานคุณภาพ และเวลาส่งมอบมีโอกาสสั้นลง

แต่คำว่า “อนุมัติส่งเสริมการลงทุน” ยังไม่เท่ากับก่อสร้างเสร็จ เปิดสายการผลิต หรือมีรายได้เกิดขึ้นแล้ว สถานะที่ถูกต้องคือทั้งสามโครงการได้รับไฟเขียวด้านการส่งเสริม ส่วนขั้นตอนลงทุนจริง การจัดหาเครื่องจักร การก่อสร้าง และการเริ่มผลิตยังต้องติดตามแยกรายบริษัท

สิ่งที่ต้องตามต่อคือกำหนดเริ่มก่อสร้าง การนำเข้าเครื่องจักร การเปิดดำเนินงาน และกำลังผลิตจริงของแต่ละโครงการ โดยเฉพาะ PCBA ระยองซึ่งถูกวางให้รองรับลูกค้าที่เข้ามาก่อนแล้ว หากสายการผลิตเชื่อมต่อกันได้ตามแผน จะเป็นหลักฐานว่าไทยเริ่มสร้างคลัสเตอร์ ไม่ใช่เพียงรับโรงงานแยกเป็นรายแห่ง

มุมมองนักวิเคราะห์ต่อเหตุการณ์นี้

มุมอ่านจากข้อมูลในข่าวคือ คุณค่าของชุดลงทุนนี้อยู่ที่ความเชื่อมโยงกับระบบเดิม พลังงานลมขายให้ กฟผ. บริษัทไทยขยายงานที่มีประสบการณ์ และชูแคนตามฐานลูกค้าอุปกรณ์รับส่งข้อมูลทางแสงเข้ามา จึงมีเหตุผลทางธุรกิจรองรับมากกว่าการประกาศวงเงินลอย ๆ

วงเงิน 9,640 ล้านบาทจึงน่าสนใจไม่ใช่เพราะใหญ่ที่สุด แต่เพราะเห็นภาพไทยสามด้านพร้อมกัน ทั้งพลังงานสะอาด ผู้ผลิตไทยที่ขยับมาตรฐาน และอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังต่อห่วงโซ่ คำตอบถัดไปอยู่ที่เงินอนุมัติจะกลายเป็นโรงงานและกำลังผลิตจริงเร็วเพียงใด

#ส่งเสริมการลงทุน #พลังงานลม #บรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อ #ระยอง #อุตสาหกรรมไทย

08/09/2026

การลงทุนของญี่ปุ่นในไทยกำลังเข้าสู่ “รอบใหม่” จากฐานการผลิตที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ สู่การลงทุนเพื่อยกระดับเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพ รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมโลก โดยตัวเลขการลงทุนสะท้อนทิศทางดังกล่าวอย่างชัดเจน
ซึ่งปี 2568 นักลงทุนญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน 302 โครงการ มูลค่ากว่า 113,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อน
📌ญี่ปุ่นปรับทัพลงทุน รับการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม

เมื่อพิจารณารูปแบบการลงทุน พบว่าบริษัทญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพของฐานการผลิตเดิม โดยเฉพาะ
- การลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรทดแทนเครื่องเดิม
- การใช้พลังงานสะอาด
- การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้มากขึ้น
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น
ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า บริษัทญี่ปุ่นยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของฐานการผลิตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
📌 ค่ายรถญี่ปุ่นเร่งลงทุน รับรถยนต์ยุคใหม่

ความเชื่อมั่นดังกล่าวสะท้อนชัดเจนผ่านโครงการลงทุนสำคัญ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์

- อีซูซุ ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับฐานการผลิตรถกระบะในไทยด้วยระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ การใช้พลังงานสะอาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์รองรับมาตรฐาน Euro 6

- มาสด้า ภายใต้บริษัทร่วมทุนออโต้อัลลายแอนซ์ ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนกว่า 7,400 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโรงงานให้รองรับการผลิตรถยนต์ Mazda รุ่นใหม่แบบ MHEV โดยมาสด้าเลือกไทยเป็นฐานการผลิตหลัก เพื่อจำหน่ายในไทยและส่งออกไปยังญี่ปุ่นและอาเซียน

- มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เข้าพบนายกรัฐมนตรีและประกาศแผนลงทุนในไทยเพิ่มเติมอีก 16,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 เพื่อรองรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า พร้อมใช้ไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ All New Pajero เพื่อจำหน่ายในไทยและส่งออกทั่วโลก

- ขณะที่ ฮอนด้า ประกาศเตรียมลงทุนเพิ่ม 12,000 ล้านบาท ภายในปี 2572 เพื่อขึ้นไลน์ผลิตรถยนต์โมเดลใหม่ 2 รุ่น ส่งผลให้ไทยเป็นประเทศเดียวนอกญี่ปุ่นที่ฮอนด้าผลิตรถยนต์รวม 8 รุ่น
📌 “ประเทศไทยคือบ้านหลังที่สอง” ของญี่ปุ่น

นายนฤตม์ กล่าวว่า ญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรด้านการลงทุนที่สำคัญของไทยมายาวนาน และมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อเนื่องในอนาคตฐานการลงทุนของญี่ปุ่นในไทยไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กำลังปรับตัวและยกระดับไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก
บีโอไอให้ความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนทั้งการยกระดับกิจการเดิมและการลงทุนในสาขาใหม่ ๆ เพื่อให้บริษัทญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาธุรกิจ เทคโนโลยี และซัพพลายเชนสำหรับภูมิภาคและตลาดโลก และเติบโตไปพร้อมกับประเทศไทยอย่างยั่งยืน
จากฐานการผลิตที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ วันนี้การลงทุนญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าเข้าสู่รอบใหม่และยกระดับเทคโนโลยี เพิ่มผลิตภาพ และขยายสู่ธุรกิจมูลค่าเพิ่มสูง จึงมั่นใจได้ว่า ประเทศไทยจึงยังคงเป็นฐานสำคัญของนักลงทุนญี่ปุ่น ทั้งในอุตสาหกรรมเดิมและกิจการแห่งอนาคต

#ญี่ปุ่นลงทุนไทย #รถยนต์ไฟฟ้า #ยานยนต์ไฮบริด #อุตสาหกรรมยานยนต์

ที่อยู่

นาแม่บุญโฮม บ้านหนองหญ้าข้าวนก
Mancha Khiri
40160

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Dm-ค้าข้าวและสิ่นค้าอื่นๆผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์