21/05/2026
เปลี่ยนมรดกทางวัฒนธรรมเป็นโอกาสแห่งอนาคต บทบาท CEA ภาคใต้กับการยกระดับเศรษฐกิจ 14 จังหวัด
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์บนฐานขององค์ความรู้ ทรัพย์สินทางปัญญา และการศึกษาวิจัยที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม พื้นฐานทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรม สิ่งเหล่านี้คือหัวใจของ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจ ผลิตสินค้าและบริการในรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคมไปพร้อมกัน
#ภาคใต้ในแผนที่เศรษฐกิจประเทศตัวเลขที่บอกว่าที่นี่สำคัญ
ก่อนจะพูดถึงโอกาสและแนวทางพัฒนา เราต้องเข้าใจก่อนว่าภาคใต้มีน้ำหนักทางเศรษฐกิจอยู่ที่ไหนในแผนที่ของประเทศ
ข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมรายภาค (GRP) ปี 2566 จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เผยว่า 14 จังหวัดภาคใต้มีขนาดเศรษฐกิจรวมกันอยู่ที่ราว 1.44 ล้านล้านบาท (1,437,591 ล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 8 ของ GDP ประเทศไทย ในขณะที่ล่าสุด สศช. รายงาน (16 ก.พ. 2569) ว่า GDP ทั้งปี 2568 ของไทยขยายตัวร้อยละ 2.4 ต่อเนื่องจากปี 2567 ที่ GDP มีมูลค่า 18.58 ล้านล้านบาท และปี 2566 ที่ 17.95 ล้านล้านบาท ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจนี้ทำให้ภาคใต้เป็นภูมิภาคที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในแง่ของแรงงานสร้างสรรค์ ภาคใต้มีบุคลากรจำนวน 78,097 คนที่กระจายตัวอยู่ในหลากหลายสาขา ตั้งแต่งานฝีมือ อาหาร ไปจนถึงสถาปัตยกรรมและการออกแบบ สำหรับด้านการค้าชายแดน จังหวัดสงขลาซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาค มีมูลค่าการส่งออกผ่านด่านศุลกากรสะเดาเพียงแห่งเดียวกว่า 153,367 ล้านบาทในปี 2566 และล่าสุดในปีงบประมาณ 2567 ด่านศุลกากรแห่งนี้มีมูลค่าการค้ารวมทั้งนำเข้าและส่งออกสูงถึง 450,189 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 จากปีก่อน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพด้านการเชื่อมโยงภูมิภาคที่แข็งแกร่งอย่างชัดเจน
สินค้าส่งออกหลักของภาคใต้ยังคงเป็นสินค้าเกษตร นำโดยยางพาราซึ่งไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกอันดับหนึ่งของโลก โดยในปี 2567 มูลค่าการส่งออกยางพาราของไทยอยู่ที่ 175,209 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.94 จากปีก่อนหน้า ถึงแม้ในช่วงปลายปี 2567 ราคายางพาราจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จนส่งผลให้มูลค่าการส่งออกในช่วง 10 เดือนแรกของปีขยายตัวสูงถึงร้อยละ 38.4 ตามข้อมูลการประเมินทางเศรษฐกิจ ทิศทางดังกล่าวเริ่มชะลอตัวลงในปี 2568 จากผลกระทบของมาตรการกีดกันทางการค้าและอุปทานโลกที่เริ่มฟื้นตัว ในขณะเดียวกัน อาหารทะเลแปรรูปก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งสินค้าสำคัญที่มีมูลค่าการส่งออกสูงในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร
#วิเคราะห์ภาพรวมมหภาคภาคใต้อยู่ตรงไหนในโลกที่กำลังเปลี่ยน
เมื่อมองในระดับภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค ภาคใต้กำลังยืนอยู่บนจุดตัดของเมกะเทรนด์สำคัญอย่างน้อย 3 กระแส ที่เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในเวลาเดียวกัน
กระแสที่ 1 เศรษฐกิจไทยพึ่งพาอุปสงค์ต่างประเทศสูง โครงสร้าง GDP ของไทยมีสัดส่วนการส่งออกสูงถึงร้อยละ 65 ซึ่งหมายความว่าภาคใต้ในฐานะด่านหน้าด้านการค้าชายแดนกับมาเลเซีย และเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรส่งออกหลักของประเทศ มีบทบาทโดยตรงในการขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หากมูลค่าสินค้าส่งออกของภาคใต้ถูกยกระดับด้วยความคิดสร้างสรรค์ เช่น การแปรรูปยางพาราเป็นสินค้าดีไซน์ การต่อยอดอาหารพื้นถิ่นสู่ตลาด Premium ผลกระทบจะส่งผลถึง GDP ประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
กระแสที่ 2 การลงทุนภาคเอกชนในประเทศยังต่ำ ภาพรวมประเทศมีสัดส่วนการลงทุนภาคเอกชนเพียงร้อยละ 17 ของ GDP ซึ่งนับว่าน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน การสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภาคใต้จึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยดึงดูดการลงทุนใหม่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีเป็นฐาน
กระแสที่ 3 ความเหลื่อมล้ำเชิงภูมิภาคยังสูงมาก เมื่อกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีสัดส่วน GDP สูงถึงร้อยละ 47.7 ของประเทศ ภาคใต้ซึ่งมีทั้งทรัพยากร วัฒนธรรม และที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ที่โดดเด่น มีสัดส่วน GDP เพียงร้อยละ 8 สะท้อนว่ายังมีช่องว่างขนาดใหญ่ที่รอการปลดล็อก การยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์จึงก้าวข้ามการเป็นเพียงกิจกรรมทางวัฒนธรรม สู่การเป็นนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ที่จะช่วยกระจายศูนย์กลางทางเศรษฐกิจออกจากเมืองหลวง
นอกจากนี้ภาคใต้ยังอยู่ในตำแหน่งยุทธศาสตร์สำหรับ ASEAN โดยตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างตลาดอาเซียนตอนล่างอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ที่มีกำลังซื้อสูง กับฝั่งอ่าวไทยที่เชื่อมโยงกับอินโดจีน ทำให้ภูมิภาคนี้มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับอนุภูมิภาค
#สมการแห่งโอกาสเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการก้าวสู่DestressEconomy
ภาคใต้ของประเทศไทยเต็มไปด้วยต้นทุนทางสังคมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ฝังรากลึกและเข้มแข็ง การจะนำสิ่งเหล่านี้มาสร้างการเติบโตในโลกยุคใหม่จำเป็นต้องอาศัยสมการสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นั่นคือการนำทุนวัฒนธรรมมาผสานเข้ากับ ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เป็นสินค้า บริการ หรือคอนเทนต์ที่มีนวัตกรรมและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ปัจจุบันเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาวะที่เรียกว่า VUCA World ซึ่งเป็นคำจำกัดความของโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความคลุมเครือคาดเดายาก สภาพแวดล้อมเหล่านี้สร้างความตึงเครียดและแรงกดดันต่อผู้คน ส่งผลให้ความต้องการเศรษฐกิจแห่งความสบายใจ หรือ Destress Economy กลายเป็นหัวใจสำคัญที่ประชากรโลกกำลังโหยหา
ภูมิภาคใต้ซึ่งเพียบพร้อมด้วยต้นทุนทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จึงมีโอกาสทองในการนำสินทรัพย์เหล่านี้มาออกแบบใหม่ผ่านความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ช่วยลดความกดดันและคืนความสมดุลให้กับชีวิต การขับเคลื่อนในทิศทางนี้ครอบคลุมการต่อยอดผ่านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่หลากหลาย ทั้งงานต้นฉบับอย่างกลุ่มงานฝีมือและศิลปะการแสดง ควบคู่ไปกับกลุ่มสินค้าและบริการที่ใกล้ตัวผู้คนอย่างการแพทย์แผนไทยและอาหาร
แนวคิด Destress Economy จะถูกนำมาผสานเข้ากับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อเปลี่ยนรูปแบบจากการท่องเที่ยวทั่วไป สู่การสร้างเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์ที่มุ่งเน้นการมอบคุณค่าทางจิตใจ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการออกแบบพื้นที่พักผ่อนที่กลมกลืนกับธรรมชาติ รวมถึงการนำภูมิปัญญาอาหารพื้นถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นเมนูที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ ความหลากหลายเหล่านี้เปิดประตูให้ผู้ประกอบการชาวใต้สามารถหยิบจับต้นทุนรอบตัว มาสร้างธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของโลกสมัยใหม่ได้อย่างแม่นยำ
#ส่องภาพรวมเศรษฐกิจและธุรกิจสร้างสรรค์ภาคใต้
ภาพรวมธุรกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ มีกิจการที่ยังดำเนินอยู่จำนวน 8,815 กิจการ คิดเป็นร้อยละ 13.45 ของธุรกิจทุกประเภทในพื้นที่ และถือเป็นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับธุรกิจสร้างสรรค์ทั้งประเทศ
โครงสร้างธุรกิจเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นกิจการขนาดย่อยถึงร้อยละ 76 ในขณะที่ธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดกลางมักกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในจังหวัดที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างภูเก็ตและสงขลา ข้อมูลรายได้รวมของธุรกิจสร้างสรรค์ในภาคใต้สูงถึง 9.25 หมื่นล้านบาท โดยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่มีรายได้สูงสุด
เจาะลึกอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ปลดล็อกศักยภาพที่แตกต่าง
ในภูมิภาคที่ทอดยาว 14 จังหวัด ทุกพื้นที่ต่างซุกซ่อนทุนทางวัฒนธรรมที่รอการแปลงเป็นมูลค่าเชิงสร้างสรรค์ ภาพรวมสะท้อนให้เห็นว่าทุกจังหวัดล้วนมีของดีประจำถิ่น โดยไม่มีพื้นที่ใดเลยที่ไร้ซึ่งศักยภาพ แน่นอนว่าแต่ละจังหวัดมีสินทรัพย์จำนวนมหาศาลที่ไม่อาจหยิบยกมากล่าวถึงได้ทั้งหมดในคราวเดียว
เพื่อให้เห็นภาพที่จับต้องได้ว่าต้นทุนเหล่านี้สามารถนำมาต่อยอดได้อย่างไร งานเทศกาลงานออกแบบปักษ์ใต้ 2568 หรือ Pakk Taii Design Week 2025 ภายใต้โปรเจกต์ 14 City Potential Space จึงเปรียบเสมือนพื้นที่ทดลองชั้นดีที่ดึงเอาเสน่ห์และของดีในแต่ละพื้นที่มาจัดแสดงผ่านนิทรรศการสร้างสรรค์ ช่วยสะท้อนให้เห็นว่าเมื่อผ่านกระบวนการคิดและงานออกแบบแล้ว ศักยภาพที่ซ่อนอยู่จะเปล่งประกายออกมาได้อย่างไรบ้าง
นครศรีธรรมราช เป็นเมืองที่มีรากฐานความเชื่อที่แข็งแกร่ง เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนมากมาย พร้อมด้วยงานคราฟต์ประณีตอย่างเครื่องถมนคร เครื่องจักสานย่านลิเภา และศิลปะการแสดงอย่างโนรา หนังตะลุง ต้นทุนทางความเชื่อเหล่านี้ถูกนำมาต่อยอดผ่านนิทรรศการ Hip & Holy เมืองแห่งศรัทธา โดยหยิบยกพลังใจจากสถานที่ศูนย์รวมความศรัทธาอย่างวัดเจดีย์ มาตีความใหม่ให้เป็นพื้นที่แห่งความสงบ ชวนผู้คนหยุดนิ่งเพื่อพักใจและฟังเสียงตัวเองอีกครั้ง พร้อมทั้งต่อยอดความศรัทธาเหล่านี้สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์สายมูที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่
สุราษฎร์ธานี อุดมสมบูรณ์ด้วยวิถีเกษตรกรรม ผลผลิตขึ้นชื่ออย่างเงาะโรงเรียน ไข่เค็มไชยา ผสานกับอาหารทะเลสดใหม่อย่างหอยนางรม และมรดกทางประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่จากอาณาจักรศรีวิชัย รวมถึงธรรมชาติบนเกาะระดับโลกอย่างเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า พลังของธรรมชาติเหล่านี้ถูกนำมาถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ Island Frequencies: Music, Art & Paradise โดยดึงนักสร้างสรรค์มาร่วมกันจัดเทศกาลศิลปะและดนตรี สร้างสีสันและเติมพลังหัวใจผ่านผลงานศิลปะจัดวางจากวัสดุหมุนเวียน
สงขลา เป็นเมืองท่าที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ เป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ ควบคู่ไปกับย่านเมืองเก่าที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ร่วมกันปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ เปลี่ยนอาคารดั้งเดิมให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะและร้านกาแฟ ความมีชีวิตชีวานี้ถูกนำมาเล่าผ่านนิทรรศการ Mermaid Song.exe ที่หยิบยกสัญลักษณ์ประจำเมืองอย่างนางเงือกมาตีความในมุมมองใหม่ สร้างสรรค์กิจกรรมที่ชวนให้ทุกคนมาร่วมปลดปล่อยพลังงานใจกลางย่านเมืองเก่าสงขลา
ปัตตานี เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยภูมิปัญญาและทรัพยากรเฉพาะถิ่นอย่างเกลือหวานปัตตานีที่มีชื่อเสียง ควบคู่ไปกับมิติทางความเชื่อ ประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หล่อหลอมวิถีชีวิตผู้คนอย่างลึกซึ้ง ปรัชญาวิถีชีวิตเหล่านี้ถูกนำมาชวนขบคิดผ่านสถาปัตยกรรมในนิทรรศการ WAQAF โดยนำเสนอแนวคิดศาลาพักใจที่แฝงความหมายของการส่งต่อ การแบ่งปัน และการบริจาค เพื่อให้เป็นพื้นที่ผ่อนคลายและลดความกังวล สอดรับกับวิถีชีวิตที่เน้นความสงบและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
พังงา มีทรัพยากรธรรมชาติระดับโลกอย่างอ่าวพังงาและหมู่เกาะสิมิลัน ผสานกับวิถีชีวิตชุมชนชายฝั่งและโอกาสการเป็นจุดหมายการเล่นกระดานโต้คลื่น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นต้นทุนที่ตอบจทย์การท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ แนวคิดการเยียวยาฟื้นฟูนี้ถูกนำมาขยายความผ่านนิทรรศการ ห้องยาเจริญอ่านเภสัช นำเสนอบริบทของพื้นที่ผ่านร้านขายยาดั้งเดิม ที่จัดสรรพื้นที่ให้ตอบโจทย์ความสงบเพื่อการฟื้นฟูหัวใจอย่างลึกซึ้ง สอดคล้องกับศักยภาพเมืองแห่งการพักผ่อน
ตรัง เป็นเมืองสวรรค์นักกินที่มีชื่อเสียงข้ามภูมิภาค โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่นและวัตถุดิบที่หลากหลาย ตัวอย่างที่คุ้นเคยอย่างหมูย่างและขนมเปี๊ยะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของจุดแข็งที่สามารถแปลงเป็นธุรกิจอาหารได้อย่างทรงพลัง เสน่ห์ปลายจวักนี้ถูกเชิญชวนให้ผู้คนมาสัมผัสผ่านนิทรรศการ Trang O-cha ลิ้มรสตรัง เพื่อมองผู้คนและวิถีชีวิตผ่านมื้ออาหารและวัตถุดิบพื้นถิ่น สะท้อนรสชาติความสุขที่จับต้องได้จริง
ระนอง มีต้นทุนเฉพาะตัวอย่างน้ำแร่ธรรมชาติที่เป็นจุดตั้งต้นของธุรกิจสุขภาพ ควบคู่กับผลิตผลคุณภาพดีอย่างเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองฝนแปดแดดสี่ที่เงียบสงบ บรรยากาศเมืองที่เอื้อต่อการพักผ่อนนี้ถูกนำมาถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ แรร์นอง ที่จัดเต็มแบบ Immersive Exhibition สัมผัสครบทุกผัสสะ มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์แบบไร้กังวล ชวนให้ผู้คนมาพักผ่อนปล่อยใจอย่างเต็มที่
ชุมพร เป็นแหล่งรวมสินทรัพย์ที่โดดเด่นอย่างสวนกาแฟโรบัสต้าบนเนินเขา ซึ่งพร้อมต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวและเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์ ท่ามกลางธรรมชาติที่บริสุทธิ์ทั้งผืนป่าและท้องทะเลอันอุดมสมบูรณ์ ความสงบของธรรมชาตินี้ถูกนำมาถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ ล่องเสียงเล เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ซึมซับและเชื่อมโยงกับเสียงแห่งท้องทะเล หลีกหนีจากความวุ่นวาย เติมเต็มมิติความผ่อนคลายให้กับเมืองได้อย่างสมบูรณ์
กระบี่ มีธรรมชาติชายฝั่ง ป่าไม้ และความมหัศจรรย์ของถ้ำต่างๆ เป็นจุดแข็ง ควบคู่ไปกับอัตลักษณ์อาหารฮาลาลอันโดดเด่นที่พร้อมนำเสนอสู่สากล ต้นทุนทางธรณีวิทยาเหล่านี้ถูกนำมาเปิดประตูสู่ทริปผจญภัยผ่านนิทรรศการ Cave Calls บันทึกพันปีที่รอการค้นพบ นำเสนอโลกของภาพเขียนผนังถ้ำโบราณในรูปแบบ Immersive Mapping ที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับความงดงามทางธรรมชาติ ชวนสำรวจความมหัศจรรย์ใต้พิภพและเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในชั้นหิน
สตูล เป็นพื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลก ขับเน้นคุณค่าทางธรรมชาติ อาหารทะเล และผลิตภัณฑ์มุกอันดามันให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับวิถีประมงพื้นบ้านที่ทรงคุณค่า วิถีชีวิตอันผูกพันกับสายน้ำนี้ถูกถ่ายทอดอย่างประณีตผ่านนิทรรศการ สตูลปลาณีต ชวนผู้มาเยือนสัมผัสภูมิปัญญาการทำประมงพื้นบ้าน และใช้ชีวิตอย่างอิสระตามจังหวะธรรมชาติ ปราศจากการแข่งขัน
ภูเก็ต มีศักยภาพมหาศาลด้านการบริการ ความงดงามของหาดทราย สถาปัตยกรรมชิโนยูโรเปียน และวัฒนธรรมอาหารพื้นเมือง ที่พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อนระดับสากล บริบทเมืองท่องเที่ยวระดับโลกนี้ถูกนำมาตั้งคำถามถึงการสร้างสมดุลกับความคงอยู่ของธรรมชาติผ่านนิทรรศการ Phuket Pavilion: ISLAND INFUSED กลิ่นเมืองเกาะ อายเมืองท่า สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงผ่านสถาปัตยกรรมและการสูญเสียพื้นที่สีเขียว ชวนให้ร่วมกันค้นหาทิศทางในอนาคต
พัทลุง มีอัตลักษณ์ที่ทรงคุณค่าเชื่อมโยงกับศิลปะการแสดงโนรา ทะเลน้อย งานจักสานกระจูดที่พร้อมเติบโตในตลาดของตกแต่งบ้าน และทรัพยากรการเกษตรที่แข็งแกร่งอย่างข้าว คุณค่าของเกษตรกรรมถูกเปิดมุมมองใหม่ผ่านนิทรรศการ ทำ RICE ทำไหร๊ Exhibition เผยให้เห็นความสำคัญของข้าวตั้งแต่รากเหง้าในพื้นที่จนถึงศักยภาพในการเป็นวัตถุดิบนวัตกรรมเพื่อต่อยอดสู่อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม
ยะลา เป็นเมืองที่มีสินทรัพย์น่าสนใจอย่างความประณีตของผ้าปะลางิง ควบคู่ไปกับความโดดเด่นของอาหารพื้นถิ่นอย่างข้าวมันไก่เบตง และภูมิปัญญาของช่างฝีมือในท้องถิ่น ความโดดเด่นด้านสิ่งทอถูกนำมาสำรวจเบื้องหลังผ่านนิทรรศการ NAYU COUTURE ถอดรหัสสู่ศักยภาพการเป็นศูนย์กลางแฟชั่นมลายูแบบครบวงจร ผ่านการรวบรวมทักษะช่างฝีมือเพื่อต่อยอดเป็นคอลเลกชันเครื่องแต่งกายมุสลิมร่วมสมัยบนรันเวย์
นราธิวาส มีอัตลักษณ์ที่ชัดเจนของสินค้าภูมิศาสตร์อย่างปลากุเลาตากใบและงานปักผ้าสไตล์มลายู ควบคู่ไปกับทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งสายน้ำ ภูเขา และท้องทะเล ความสมบูรณ์เหล่านี้ถูกชวนย้อนสำรวจรากเหง้าผ่านนิทรรศการ Dialogue: Ask yourself to: Building River, Boat, Forest, Mountain, Sea and Sky บทสนทนากับธรรมชาติ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าที่นี่มีศักยภาพที่จะกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
บทสรุปของทั้ง 14 จังหวัดแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ทุกตารางนิ้วบนด้ามขวานไทยล้วนเต็มไปด้วยสินทรัพย์ที่มีคุณค่า ต้นทุนเหล่านี้เปรียบเสมือนวัตถุดิบชั้นเลิศที่รอคอยเพียงกระบวนการคิดและงานออกแบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้คนในวงกว้างได้อย่างยั่งยืน
#ความท้าทายด้านแรงงานและการเปลี่ยนผ่านเจเนอเรชัน
ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เติบโตอย่างยั่งยืนคือ แรงงานสร้างสรรค์ ซึ่งปัจจุบันภาคใต้มีจำนวน 78,097 คนโดยประมาณ สาขาอาชีพงานฝีมือ ยังคงเป็นอุตสาหกรรมหลักเนื่องจากเป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่น
ข้อมูลเชิงประชากรชี้ให้เห็นว่าแรงงานส่วนใหญ่ร้อยละ 43.7 อยู่ในกลุ่มเจเนอเรชันเอกซ์ ประกอบกับมีแรงงานกลุ่มเจเนอเรชันซีเพียงร้อยละ 15.4 สัดส่วนที่แตกต่างกันนี้มีแนวโน้มส่งผลให้เกิดภาวะเสี่ยงขาดแคลนแรงงานในอนาคตสำหรับสาขาอาชีพที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ เช่น งานฝีมือ งานออกแบบ อาหารไทย แพทย์แผนไทย และสถาปัตยกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพสำคัญที่จะมาขับเคลื่อน Destress Economy
้สมการสำคัญของระบบนิเวศสร้างสรรค์ระดับภูมิภาค
นี่คือจุดที่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ภาคใต้ เข้ามามีบทบาทที่แตกต่างออกไปจากการเป็นเพียงแหล่งบ่มเพาะหรือพื้นที่ทำงานร่วมกันทั่วไป
หน่วยงานมองเห็นศักยภาพของภาคใต้ในฐานะภูมิภาคที่มีทุนวัฒนธรรมเข้มแข็งและยังไม่ถูกแปลงเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ จึงตั้งเป้าและวางพันธกิจเชิงรุกในการเพิ่มขีดความสามารถของภูมิภาคอย่างเป็นระบบ การปักหมุดตั้งสาขาภาคใต้ที่สงขลา พร้อมการพัฒนา TCDC แห่งใหม่ที่ภูเก็ตและปัตตานี ก้าวข้ามการขยายพื้นที่บริการทางภูมิศาสตร์ สู่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางความคิดสร้างสรรค์ที่ครอบคลุมทั้ง 14 จังหวัดเพื่อยกระดับขีดความสามารถอย่างแท้จริง
กระบวนการทำงานในพื้นที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นแหล่งทรัพยากรสารสนเทศที่มีฐานข้อมูลเทรนด์โลกและวัสดุท้องถิ่นกว่า 200 ชนิด การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อรองรับกลุ่มธุรกิจรุ่นใหม่ที่ต้องการต่อยอดจากงานดั้งเดิม ไปจนถึงการพัฒนาย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ
ภารกิจเหล่านี้ทำงานพร้อมกันในหลายมิติ นอกเหนือจากการจัดกิจกรรมอบรมหรือเปิดพื้นที่นั่งทำงานแล้ว ยังครอบคลุมถึงการวางรากฐานของระบบนิเวศสร้างสรรค์ที่เชื่อมคนทำงาน นักออกแบบ ผู้ประกอบการ และทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าหากันอย่างมีทิศทาง
#ศูนย์กลางของคนสร้างสรรค์ทั้ง14จังหวัดและเครือข่ายNewTCDC
การขับเคลื่อนในสเกลภูมิภาคเน้นการทำงานร่วมกับเครือข่าย New TCDC ในจังหวัดต่างๆ ทั่วภาคใต้ ทั้งโครงการที่ปัตตานีและภูเก็ตที่กำลังเกิดขึ้นเพื่อกระจายโอกาสลงสู่พื้นที่
แผนการดำเนินงานยังครอบคลุมการขยายฐานรากความคิดสร้างสรรค์ไปยังจังหวัดชุมพร ยะลา และนครศรีธรรมราช ผ่านความร่วมมือกับหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เพื่อสร้างระบบนิเวศสร้างสรรค์ที่พร้อมสร้างแรงกระเพื่อมต่อวงการสร้างสรรค์
เป้าหมายสูงสุดของการมีอยู่ของหน่วยงานในพื้นที่ภาคใต้คือการยกระดับธุรกิจและคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น ผ่านการใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมและนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อเปลี่ยนความหลากหลายของทรัพยากรและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละจังหวัด ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่ทำให้เมืองน่าอยู่ น่าลงทุน และแข่งขันได้ในระดับสากล
#เศรษฐกิจสร้างสรรค์ #เซาท์ซี้ #ขยับใต้ขยายมุมคิด