Good ของดีเมือง ตาขุน พนม คีรีรัฐ

เส้นทาง

Good ของดีเมือง ตาขุน พนม คีรีรัฐ เพจนี้จัดทำเพื่อประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับการสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทย และข่าวสารต่างๆในชุมชน ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเพจค่ะ

ประวัติความเป็นมาโรงพยาบาลบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานีโรงพยาบาลบ้านตาขุน เป็นสถานพยาบาลที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพขอ...
13/10/2026

ประวัติความเป็นมาโรงพยาบาลบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โรงพยาบาลบ้านตาขุน เป็นสถานพยาบาลที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชนในอำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเริ่มต้นจากการเป็นโรงพยาบาลสาขาของโรงพยาบาลพนม ก่อนจะพัฒนามาเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 10 เตียง เพื่อให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชนในพื้นที่

จุดเริ่มต้นและพัฒนาการของโรงพยาบาล

ในปี พ.ศ. 2531 โรงพยาบาลบ้านตาขุนเริ่มเปิดให้บริการในฐานะโรงพยาบาลสาขาของโรงพยาบาลพนม โดยในระยะแรกให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วย แต่ยังไม่มีบริการรับผู้ป่วยไว้รักษาภายในโรงพยาบาล

ต่อมาได้มีการพัฒนาและยกระดับสถานพยาบาลให้เป็นโรงพยาบาลขนาด 10 เตียง โดยก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลแห่งใหม่ ห่างจากสถานที่ตั้งเดิมประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้งบประมาณประจำปี พ.ศ. 2535 และมีพื้นที่ประมาณ 30 ไร่

โรงพยาบาลแห่งใหม่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2539 นับเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของอำเภอบ้านตาขุน

หลังจากนั้น โรงพยาบาลยังคงพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2544 ได้ก่อสร้างศาลาอเนกประสงค์สำหรับจัดกิจกรรมและการประชุม ด้วยเงินบริจาค และในปี พ.ศ. 2545 ได้ก่อสร้างห้องพิเศษจำนวน 2 ห้อง โดยใช้เงินบริจาคเช่นเดียวกัน

จากจุดเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2531 ในฐานะโรงพยาบาลสาขาของโรงพยาบาลพนม โรงพยาบาลบ้านตาขุนได้พัฒนามาเป็นโรงพยาบาลขนาด 10 เตียง และเปิดให้บริการ ณ อาคารแห่งใหม่เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2539

ประวัติความเป็นมานี้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของระบบบริการสาธารณสุขในอำเภอบ้านตาขุน และความพยายามในการจัดให้มีบริการตรวจรักษาโรคแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
#โรงพยาบาลบ้านตาขุน

 # 📜 ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี # # การจัดตั้งตำบลคลองชะอุ่น และการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองตำบลต้น...
13/10/2026

# 📜 ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

# # การจัดตั้งตำบลคลองชะอุ่น และการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองตำบลต้นยวน พ.ศ. ๒๕๒๖

**หลักฐานจากประกาศกระทรวงมหาดไทยในราชกิจจานุเบกษา**

เอกสารราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๐ ตอนที่ ๑๓๑ ลงวันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์การปกครองท้องถิ่นของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอพนม อำเภอกาญจนดิษฐ์ กิ่งอำเภอบ้านนาเดิม และอำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ดำเนินการตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลภายในท้องที่ โดยอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ มาตรา ๖ และมาตรา ๒๙
สำหรับพื้นที่อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดตั้งตำบลคลองชะอุ่น และการกำหนดเขตการปกครองใหม่ของตำบลต้นยวน ดังต่อไปนี้

---

# # 🏡 ๑. การจัดตั้งตำบลคลองชะอุ่น

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ได้มีการจัดตั้ง **ตำบลคลองชะอุ่น** ในท้องที่อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยกำหนดให้มีเขตการปกครองรวมทั้งสิ้น ๗ หมู่บ้าน ซึ่งทั้งหมดโอนมาจากหมู่บ้านเดิมในตำบลต้นยวน ดังนี้

* **หมู่ที่ ๑** โอนมาจากหมู่ที่ ๓ บ้านเชี่ยวไทร ตำบลต้นยวน
* **หมู่ที่ ๒** โอนมาจากหมู่ที่ ๘ บ้านหนองดี ตำบลต้นยวน
* **หมู่ที่ ๓** โอนมาจากหมู่ที่ ๖ บ้านทับคริสต์ ตำบลต้นยวน
* **หมู่ที่ ๔** โอนมาจากหมู่ที่ ๙ บ้านคลองหัวช้าง ตำบลต้นยวน
* **หมู่ที่ ๕** โอนมาจากหมู่ที่ ๑๑ บ้านบางหินงาม ตำบลต้นยวน
* **หมู่ที่ ๖** โอนมาจากหมู่ที่ ๕ บ้านบางคราม ตำบลต้นยวน
* **หมู่ที่ ๗** โอนมาจากหมู่ที่ ๑๕ บ้านบางเตย ตำบลต้นยวน

ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การจัดตั้งตำบลคลองชะอุ่นในครั้งนั้นเป็นการปรับโครงสร้างเขตการปกครอง โดยแยกหมู่บ้านจำนวน ๗ หมู่บ้านออกจากตำบลต้นยวน เพื่อจัดตั้งเป็นตำบลใหม่ภายในอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

# # 🧭 ๒. อาณาเขตตำบลคลองชะอุ่นตามประกาศ พ.ศ. ๒๕๒๖

ประกาศกระทรวงมหาดไทยได้กำหนดอาณาเขตตำบลคลองชะอุ่นไว้ทั้ง ๔ ทิศ โดยอ้างอิงแนวลำคลอง สันภูเขา และเขตตำบลข้างเคียงเป็นหลักในการแบ่งเขต ดังนี้

# # # ทิศเหนือ

ติดต่อกับเขตตำบลต้นยวน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยถือจุดเริ่มต้นตรงแนวแบ่งเขตอำเภอบ้านตาขุนกับอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากสันภูเขาน้ำทะลุ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ลงสู่ลำคลองเหลิด จากนั้นไปตามลำคลองเหลิด โดยถือเอากึ่งกลางลำคลองเหลิดเป็นแนวแบ่งเขต จนจดลำคลองศก ซึ่งเป็นแนวเขตตำบลพนม อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

# # # ทิศใต้

ติดต่อกับเขตตำบลเขาต่อ อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ โดยถือจุดเริ่มต้นตรงแนวเขตตำบลต้นยวนกับตำบลพลูเถื่อน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วตรงไปทางทิศตะวันออกตามแนวกึ่งกลางลำคลองบางคราม จนถึงสันภูเขาแก้ว โดยถือเอาสันภูเขาแก้วเป็นแนวแบ่งเขต ต่อไปจดหนองน้ำทะเลหอย โดยถือแนวกึ่งกลางหนองน้ำทะเลหอยเป็นแนวแบ่งเขต จนถึงภูเขาน้ำทะลุ และถือเอาสันภูเขาน้ำทะลุเป็นแนวแบ่งเขต

# # # ทิศตะวันออก

ติดต่อกับเขตตำบลต้นยวน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยถือจุดเริ่มต้นจากหนองน้ำทะเลหอย ไปทางทิศเหนือจนถึงภูเขาน้ำทะลุ และถือเอาสันภูเขาน้ำทะลุเป็นแนวแบ่งเขต

# # # ทิศตะวันตก

ติดต่อกับเขตตำบลพลูเถื่อน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยถือเอาจุดเริ่มต้นที่เชี่ยว-กุ้ง ลำคลองศก ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จนถึงสันภูเขาพนม และถือเอาสันภูเขาพนมเป็นแนวแบ่งเขต

---

# # 🌳 ๓. การกำหนดอาณาเขตตำบลต้นยวนภายหลังการเปลี่ยนแปลง

ภายหลังการจัดตั้งตำบลคลองชะอุ่น ประกาศกระทรวงมหาดไทยได้กำหนดอาณาเขตของ **ตำบลต้นยวน ซึ่งเป็นตำบลที่มีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครอง** ไว้ใหม่ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

# # # ทิศเหนือ

ติดต่อกับเขตตำบลพะแสง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยถือจุดเริ่มต้นที่ปากบางลึก ลำคลองพุมดวง ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตามกึ่งกลางลำคลองพุมดวงจนถึงแนวแบ่งเขตตำบลพังกาญจน์กับตำบลต้นยวน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยถือเอากึ่งกลางลำคลองพุมดวงเป็นแนวแบ่งเขต

# # # ทิศใต้

ติดต่อกับเขตตำบลคลองชะอุ่น อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยถือจุดเริ่มต้นจากปากลำบางคลองเหลิดที่ลำคลองศก ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จนถึงสันภูเขาน้ำทะลุ และถือเอาสันภูเขาน้ำทะลุเป็นแนวแบ่งเขต

# # # ทิศตะวันออก

ติดต่อกับเขตตำบลเคียนซา อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยถือจุดเริ่มต้นที่ภูเขาหัวเหลี่ยม ไปทางทิศเหนือ โดยถือเอาสันภูเขาหัวเหลี่ยมเป็นแนวแบ่งเขต จนถึงภูเขาหน้าลาขาว และถือเอาสันภูเขาหน้าลาขาวเป็นแนวแบ่งเขต ต่อไปถึงควนเสาธง จดปากบางลึกที่ลำคลองพุมดวง โดยถือเอาสันควนเสาธงเป็นแนวแบ่งเขต

# # # ทิศตะวันตก

ติดต่อกับเขตตำบลพังกาญจน์ อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยถือจุดเริ่มต้นตรงเขตติดต่อตำบลพังกาญจน์ อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปทางทิศใต้ตามกึ่งกลางลำคลองศกจนจดปากลำคลองเหลิด โดยถือเอากึ่งกลางลำคลองศกตลอดสายเป็นแนวแบ่งเขต

---

# # 📚 ๔. ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

ประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับนี้เป็นหลักฐานเอกสารราชการที่ช่วยให้เข้าใจพัฒนาการของเขตการปกครองในพื้นที่อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในช่วง พ.ศ. ๒๕๒๖ ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

ข้อมูลสำคัญที่ปรากฏในเอกสาร ได้แก่

๑. การจัดตั้งตำบลคลองชะอุ่นขึ้นใหม่ในเขตอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

๒. การโอนหมู่บ้านจำนวน ๗ หมู่บ้านจากตำบลต้นยวนมาอยู่ในเขตตำบลคลองชะอุ่น

๓. การกำหนดอาณาเขตของตำบลคลองชะอุ่น โดยอ้างอิงลำคลอง ภูเขา และแนวเขตตำบลข้างเคียง

๔. การกำหนดอาณาเขตของตำบลต้นยวนภายหลังการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครอง

๕. การบันทึกชื่อหมู่บ้าน ลำคลอง ภูเขา และสถานที่สำคัญที่ใช้เป็นจุดอ้างอิงในการกำหนดแนวเขตการปกครองในอดีต

หลักฐานเหล่านี้มีคุณค่าต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชน การเปลี่ยนแปลงเขตการปกครอง และการสืบค้นความเป็นมาของหมู่บ้านต่าง ๆ ในพื้นที่อำเภอพนม รวมถึงการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของเขตตำบลที่อยู่ใกล้เคียงกัน

ทั้งนี้ การนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับแผนที่ปัจจุบันหรือการระบุพิกัดแนวเขตที่แน่นอน จำเป็นต้องอาศัยแผนที่ราชการและเอกสารประกอบเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถระบุตำแหน่งได้อย่างถูกต้อง

---

📌 **ที่มาของข้อมูล:** ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอพนม อำเภอกาญจนดิษฐ์ กิ่งอำเภอบ้านนาเดิม และอำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๐ ตอนที่ ๑๓๑ ลงวันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๖

📝 บทความนี้เรียบเรียงจากข้อความเอกสารราชการที่นำมาเผยแพร่ โดยคงรายละเอียดชื่อหมู่บ้าน แนวเขต และทิศทางตามข้อมูลต้นฉบับ

#ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น #อำเภอพนม #ตำบลคลองชะอุ่น #ตำบลต้นยวน #สุราษฎร์ธานี #ราชกิจจานุเบกษา #บันทึกประวัติศาสตร์ชุมชน ีเมืองตาขุนพนมคีรีรัฐ

# 📜 Local History of Phanom District, Surat Thani Province

# # The Establishment of Khlong Cha-un Subdistrict and the Administrative Boundary Changes of Ton Yuan Subdistrict in 1983 (B.E. 2526)

**Historical Evidence from a Ministry of Interior Announcement Published in the Royal Thai Government Gazette**

The Royal Thai Government Gazette, Volume 100, Part 131, dated 9 August 1983 (B.E. 2526), contains an important official record documenting the development of local administrative boundaries in Surat Thani Province.

The Ministry of Interior announcement concerned the establishment and alteration of subdistrict boundaries in Phanom District, Kanchanadit District, the former minor district of Ban Na Doem, and Ban Na San District, Surat Thani Province.

According to the announcement, the Governor of Surat Thani Province carried out the establishment and adjustment of subdistrict boundaries under Sections 6 and 29 of the Local Administration Act, B.E. 2457 (1914).

For Phanom District, Surat Thani Province, the document provides details regarding the establishment of Khlong Cha-un Subdistrict and the revision of the administrative boundaries of Ton Yuan Subdistrict, as outlined below.

---

# # 🏡 1. Establishment of Khlong Cha-un Subdistrict

According to the Ministry of Interior announcement, **Khlong Cha-un Subdistrict** was established in Phanom District, Surat Thani Province, with a total of seven villages transferred from the former administrative area of Ton Yuan Subdistrict.

The seven villages were as follows:

- **Village No. 1:** Transferred from Village No. 3, Ban Chiao Sai, Ton Yuan Subdistrict.
- **Village No. 2:** Transferred from Village No. 8, Ban Nong Di, Ton Yuan Subdistrict.
- **Village No. 3:** Transferred from Village No. 6, Ban Thap Khrist, Ton Yuan Subdistrict.
- **Village No. 4:** Transferred from Village No. 9, Ban Khlong Hua Chang, Ton Yuan Subdistrict.
- **Village No. 5:** Transferred from Village No. 11, Ban Bang Hin Ngam, Ton Yuan Subdistrict.
- **Village No. 6:** Transferred from Village No. 5, Ban Bang Khram, Ton Yuan Subdistrict.
- **Village No. 7:** Transferred from Village No. 15, Ban Bang Toei, Ton Yuan Subdistrict.

These records demonstrate that the establishment of Khlong Cha-un Subdistrict involved an administrative reorganization in which seven villages were separated from Ton Yuan Subdistrict to form a new subdistrict within Phanom District, Surat Thani Province.

# # 🧭 2. Boundaries of Khlong Cha-un Subdistrict According to the 1983 Announcement

The Ministry of Interior announcement defined the boundaries of Khlong Cha-un Subdistrict in all four cardinal directions, using waterways, mountain ridges, and neighboring subdistrict boundaries as reference points.

# # # Northern Boundary

The northern boundary adjoins Ton Yuan Subdistrict, Phanom District, Surat Thani Province.

Beginning at the boundary between Ban Ta Khun District and Phanom District, the line follows the ridge of Khao Nam Thalu toward the northwest, descending to Khlong Loet. It then follows the middle of Khlong Loet until reaching Khlong Sok, which forms part of the boundary with Phanom Subdistrict, Phanom District, Surat Thani Province.

# # # Southern Boundary

The southern boundary adjoins Khao To Subdistrict, Plai Phraya District, Krabi Province.

Beginning at the boundary between Ton Yuan Subdistrict and Phlu Thuean Subdistrict, Phanom District, Surat Thani Province, the line proceeds eastward along the middle of Khlong Bang Khram to the ridge of Khao Kaeo.

The boundary then follows the ridge of Khao Kaeo to Nong Nam Thale Hoi, using the middle of the wetland as the boundary line until reaching Khao Nam Thalu. The ridge of Khao Nam Thalu then serves as the boundary.

# # # Eastern Boundary

The eastern boundary adjoins Ton Yuan Subdistrict, Phanom District, Surat Thani Province.

Beginning at Nong Nam Thale Hoi, the boundary proceeds northward to Khao Nam Thalu, following the mountain ridge as the dividing line.

# # # Western Boundary

The western boundary adjoins Phlu Thuean Subdistrict, Phanom District, Surat Thani Province.

Beginning at Chiao Kung on Khlong Sok, the line proceeds southwest toward the ridge of Khao Phanom, which serves as the boundary.

---

# # 🌳 3. Revised Boundaries of Ton Yuan Subdistrict Following the Administrative Changes

Following the establishment of Khlong Cha-un Subdistrict, the Ministry of Interior announcement also redefined the boundaries of **Ton Yuan Subdistrict**, the area affected by the administrative reorganization.

The revised boundaries were described as follows.

# # # Northern Boundary

The northern boundary adjoins Pha Saeng Subdistrict, Ban Ta Khun District, Surat Thani Province.

Beginning at Pak Bang Luek on Khlong Phum Duang, the boundary proceeds northwest along the middle of Khlong Phum Duang until reaching the boundary between Phang Kan Subdistrict and Ton Yuan Subdistrict, Phanom District, Surat Thani Province.

The middle of Khlong Phum Duang serves as the dividing line.

# # # Southern Boundary

The southern boundary adjoins Khlong Cha-un Subdistrict, Phanom District, Surat Thani Province.

Beginning at the mouth of Khlong Loet, where it meets Khlong Sok, the boundary proceeds southeast toward the ridge of Khao Nam Thalu, which serves as the dividing line.

# # # Eastern Boundary

The eastern boundary adjoins Khian Sa Subdistrict, Khian Sa District, Surat Thani Province.

Beginning at Khao Hua Liam, the boundary proceeds northward along its mountain ridge to Khao Na La Khao. The ridge of Khao Na La Khao then serves as the boundary.

The line continues to Khuan Sao Thong and reaches Pak Bang Luek on Khlong Phum Duang, with the ridge of Khuan Sao Thong serving as the dividing line.

# # # Western Boundary

The western boundary adjoins Phang Kan Subdistrict, Phanom District, Surat Thani Province.

Beginning at the boundary adjoining Phang Kan Subdistrict, the line proceeds southward along the middle of Khlong Sok until reaching the mouth of Khlong Loet.

The middle of Khlong Sok throughout its course serves as the dividing line.

---

# # 📚 4. Historical Significance for Local Communities

This Ministry of Interior announcement is an important official documentary source for understanding the development of local administrative boundaries in Phanom District, Surat Thani Province, in 1983 (B.E. 2526).

The key historical information contained in the document includes:

1. The establishment of Khlong Cha-un Subdistrict as a new administrative unit in Phanom District, Surat Thani Province.
2. The transfer of seven villages from Ton Yuan Subdistrict to Khlong Cha-un Subdistrict.
3. The definition of Khlong Cha-un Subdistrict's boundaries using waterways, mountain ridges, and neighboring subdistricts as reference points.
4. The revision of Ton Yuan Subdistrict's boundaries following the administrative changes.
5. The recording of village names, waterways, mountains, and other geographical landmarks used to define administrative boundaries in the past.

These records are valuable for studying community history, administrative development, and the origins of villages throughout Phanom District. They also help researchers understand the historical relationships between neighboring subdistricts.

However, comparing these historical boundaries with present-day maps or identifying their exact geographical coordinates requires additional official maps and supporting documents to ensure accuracy.

---

📌 **Source:** Ministry of Interior announcement entitled *Establishment and Alteration of Subdistrict Boundaries in Phanom District, Kanchanadit District, the Former Minor District of Ban Na Doem, and Ban Na San District, Surat Thani Province*, Royal Thai Government Gazette, Volume 100, Part 131, dated 9 August 1983 (B.E. 2526).

📝 **Editorial Note:** This article has been compiled from the text of the official government document provided for publication. Village names, boundary descriptions, and directions have been retained according to the supplied source.

ีเมืองตาขุนพนมคีรีรัฐ

🕊️💖 **“เธอคือนางฟ้า” น้องกล้วย…หนูน้อยวัย 7 ขวบ ผู้มอบชีวิตใหม่ให้เพื่อนมนุษย์ แม้ตัวจากไป แต่ความดีจะคงอยู่ตลอดไป** 💖🕊️...
13/10/2026

🕊️💖 **“เธอคือนางฟ้า” น้องกล้วย…หนูน้อยวัย 7 ขวบ ผู้มอบชีวิตใหม่ให้เพื่อนมนุษย์ แม้ตัวจากไป แต่ความดีจะคงอยู่ตลอดไป** 💖🕊️

🙏🏻 ขอร่วมสดุดีหัวใจอันยิ่งใหญ่ของ **“น้องกล้วย”** หนูน้อยวัยเพียง 7 ขวบ จากบ้านนาข้าวเสีย อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ผู้เป็นดั่งนางฟ้าตัวน้อยที่ฝากความรักและความเมตตาไว้บนโลกใบนี้

แม้ชีวิตของหนูน้อยจะสั้นเกินกว่าที่ใครหลายคนจะทำใจยอมรับได้ แต่การจากไปของน้องกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความหวังครั้งใหม่ให้กับเพื่อนมนุษย์อีกหลายชีวิต เมื่อครอบครัวตัดสินใจทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการบริจาคอวัยวะของน้อง ได้แก่ **หัวใจ ไตทั้ง 2 ข้าง และดวงตาทั้ง 2 ข้าง** เพื่อส่งต่อโอกาสในการมีชีวิตและการมองเห็นให้แก่ผู้ที่กำลังรอคอยความหวัง

💔 การสูญเสียลูกน้อยอันเป็นที่รัก คือความเจ็บปวดที่ยากจะบรรยายเป็นคำพูด ไม่มีถ้อยคำใดสามารถเยียวยาหัวใจของพ่อแม่ที่ต้องเผชิญกับการจากลาครั้งใหญ่เช่นนี้ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ท่ามกลางความโศกเศร้า ครอบครัวของน้องกล้วยยังได้แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความรัก ความเมตตา และการเสียสละที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะประเมินค่าได้

การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเบื้องหลังการบริจาคอวัยวะทุกชิ้น คือหัวใจของครอบครัวที่ต้องยอมรับความสูญเสียอย่างแสนสาหัส แต่พวกเขากลับเลือกเปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นความหวัง เปลี่ยนน้ำตาให้กลายเป็นโอกาส และเปลี่ยนการจากลาให้เป็นของขวัญอันล้ำค่าสำหรับชีวิตอื่น ๆ

🌷 **น้องกล้วยอาจไม่ได้เติบโตขึ้นเพื่อเห็นโลกใบนี้อีกต่อไป แต่สิ่งที่น้องและครอบครัวมอบไว้ จะช่วยให้ใครบางคนได้มีวันพรุ่งนี้ ได้กลับไปกอดคนที่รัก ได้ใช้ชีวิตต่อ และอาจได้มองเห็นความงดงามของโลกอีกครั้ง**

นี่คือความหมายของการให้ที่ยิ่งใหญ่ เพราะการให้ที่แท้จริง ไม่ได้วัดกันที่มูลค่าของสิ่งที่มอบให้ แต่วัดกันที่จำนวนหัวใจที่ได้รับความหวังจากการเสียสละนั้น

❤️ ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังครอบครัวของน้องกล้วย ขอให้ความรักจากผู้คนมากมายเป็นพลังประคับประคองหัวใจในวันที่แสนยากลำบาก และขอให้ครอบครัวได้รับรู้ว่า ความดีที่ทุกคนได้ร่วมกันสร้างในครั้งนี้ จะเป็นความทรงจำอันงดงามที่มีคุณค่าต่อสังคมตลอดไป

**“เธอคือนางฟ้า…ที่ไม่ได้มีปีก แต่มีหัวใจแห่งการให้”** 🕊️

แม้ร่างกายจะจากไป แต่ความดีจะไม่สูญหาย แม้เสียงหัวเราะของเด็กน้อยจะเงียบลง แต่ความหวังที่น้องฝากไว้จะยังคงเดินทางต่อไปในชีวิตของผู้รับบริจาค

ขอให้การจากลาของน้องกล้วย เป็นการเดินทางที่งดงามในความทรงจำของทุกคน และขอสดุดีหัวใจอันยิ่งใหญ่ของครอบครัว ที่เปลี่ยนความสูญเสียให้กลายเป็นแสงสว่างแก่เพื่อนมนุษย์

🙏🏻 **หลับให้สบายนะลูกนางฟ้าตัวน้อย…ขอบคุณสำหรับความรัก ความเมตตา และชีวิตใหม่ที่หนูได้มอบให้แก่โลกใบนี้** 💐

#เธอคือนางฟ้า 🕊️ #น้องกล้วย #หัวใจแห่งการให้ #บริจาคอวัยวะ #ส่งต่อชีวิต #เปลี่ยนความสูญเสียเป็นความหวัง #ความดีที่ไม่มีวันสูญหาย #คนดีของสังคม

เรื่องเล่าตำนาน....อำเภอพนมกสิกรรมของปู่เนตร..อาจารย์ปู่ทำสวนกสิกรรมของปู่เนตร  เรืองไชยประมาณปี ๒๕๑๖       ปู่เนตร เรือ...
13/10/2026

เรื่องเล่าตำนาน....อำเภอพนม
กสิกรรมของปู่เนตร..อาจารย์ปู่ทำสวน
กสิกรรมของปู่เนตร เรืองไชย
ประมาณปี ๒๕๑๖
ปู่เนตร เรืองไชย ได้ย้ายมาประจำการเป็นข้าราชการครูชั้นตรี ที่โรงเรียนบ้านลูกเดือน ซึ่งโรงเรียนสมัยนั้นเป็นอาคารชั่วคราวกั้นฝาไม้ไผ่มุงสังกะสี อยู่ฝั่งซ้ายของลำน้ำสายเลือดใหญ่ของคนพนมคือลำคลองศกบนพื้นที่ของหมู่ที่ ๑๐ บ้านโกะกะ ต่อมา หน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ กรป.กลาง เข้ามาพัฒนาชักชวนชาวบ้านเปลี่ยนเป็น บ้านแสนสุขพัฒนา
ตอนหลังผู้บริหารหมู่บ้านยุคใหม่ ได้เปลี่ยนเป็นบ้านแสนสุขประชารักษ์ในปัจจุบัน (ปัจจุบัน คือ หมู่ที่ ๗ ตำบลพนม อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี) ขณะนั้นคุณทวดเนื่อง ย่องบุตร เป็นผู้ใหญ่บ้าน
ซึ่งเวลานั้นปู่เนตร กับย่าอิ้ว(ผ่องศรี) มีลูก ๔ คน คือลุง ผ.อ.
ลุงแอ๊ต
ป้าโอ๋
และลุงอ้น คนสุดท้อง ลุงยังอิจฉาเจ้าอ้นอยู่เลย ปู่เนตรตามใจมากขนาดเข้าชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ แล้ว ยังทำเหมือนลูกแดงควาย อ้อนพ่อแม่ พูดก็ทำพูดไม่ชัด
แต่ทำไงได้พี่ๆก็รุมตามใจน้องสุดท้องกันทั้งนั้น ช่วงนั้นเจ้าอ้นคล้ายๆเทวดาของคนในหมู่บ้านเพราะเป็นลูกคนสุดท้องของครูใหญ่ ใครๆก็เอ็นดู และตามใจทุกอย่าง(ถ้าเจ้าอ้นอยากได้เมียสงสัยพรรคพวกคงรีบหาให้แน่ด้วยความไม่อยากขัดใจอิอิ)
แต่สรุปสุดท้าย “ย่าอิ้วสอนลูกเก่ง ย่าเป็นคนเข้มแข็ง และเข้มงวดมาก สอนให้ลูกๆรู้จักว่าใครเป็นพี่ ใครคือน้อง” น้องไม่มีสิทธิ์เถียงหรือต่อสู้กับพี่ชนะเลยถ้าหากย่าอิ้วอยู่ด้วย
และพี่ก็ต้องทำตัวให้เป็นที่พึ่งน้องๆได้ และต้องเป็นผู้เสียสละให้กับน้องๆ ก็ผลจากเรื่องนี้ทำให้ครองครัวเรืองไชยสายของปู่เนตรพี่น้องทุกคนยัง รัก สามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกันไม่มีเรื่องขัดแย้งกันในกลุ่ม พึ่งพากันมาตลอด (ลุงอยากให้แนวคิดย่าอิ้วในส่วนนี้คงไปตลอดในลูกหลานลุงทั้งในปัจจุบันถึงอนาคต (สาธุ สาธุ สาธุ)
เอ้ากลับมาร่องเดิมชักออกไปนอกเรื่องเดียวกันชะแล้ว
ขณะนั้นไม่ต้องถามถึงลูกปู่เนตร-ย่าอิ้ว หลานทวดอุ้ง ครอกหลัง ๒ คน โดยที่ลุง ๔ คน เขาเรียก ครอกแรก คนสุดท้องครอกแรก ลุงอ้นห่างจากคนหัวปีครอกหลัง ราวๆ ๑๐ กว่าปี (ลืมบอกไป รู้จัก คำว่า ครอก, ลูกแดงควายมั๊ย หากไม่รู้จักหลานๆค้นหาจาก ลุงกูเกิ้ลเอาเองนะ)
เห็นเขาว่าน่าจะเรียกลูกหลงนะ
อาอ้อ
อาโอม ยังไม่รู้อยู่รูพิภพไหนอยู่เลย อิอิ
ลุงสงสัยว่าฝึกงานเป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์ เพราะหากมาเกิดต้องคล้ายเทวดาแน่ เพราะเป็นลูกหลง เขาเรียกว่าลูกรุ่นหลาน
ต้องโดนเอาใจกันเป็นทิวแถวแน่ สมน้ำหน้า เจ้าอ้น หมดสิทธิ์โดนปลดออกจากตำแหน่งสุดท้องเสียที (คริ คริ)
เอ็ก อี่ เอ้ก เอ้ก......เสียงแหลมเปี๊ยบแทรกในอนูบรรยากาศอันหนาวยะเยือก เป็นเสียงพ่อไก่อู พันธุ์พื้นเมืองสีเหลืองลายตอกหมาก ที่ย่าอิ้วเลี้ยงไว้ ให้กินเศษอาหาร ข้าวโพดพื้นเมืองที่ปลูกในไร่ก่อนหน๋ำข้าว(ทำไร่ข้าวหยอด) แต่ลุงเห็นบางครั้งลูกแดงควายอ้นแอบเขี่ยข้าวสวย ในจาน พร้อมคลุกแกงคั้วเผ็ดกบทูด(กบภูเขา) เลี้ยงพ่อไก่สุดที่รักบ้างเหมือนกัน
ย่าอิ้วเลี้ยงทั้งพ่อไก่อู แม่ไก่ ไก่แจ้ ลูกไก่ รวมๆแล้วสิบกว่าตัวแหละ
โก่งคอทำหน้าที่นาฬิกาปลุกตรงเวลาจริงๆทุกวันไม่เคยขี้เกียจ อยู่บนยอดตนมุดหรัง(ละมุดฝรั่ง หรือละมุดไทยไม่รู้ หาเอาเองจากลุงกูเกิ้ล ลูกรีๆผิวสีน้ำตาล ผลสุกหวานจัด) เจ้าโต้งตัวนี้ถืออภิสิทธิ์ว่าเป็นผู้นำไก่ทั้งฝูง ไม่ยอมนอนในโรงเรือนเล้าไก่ (อย่างว่าแหละผู้ยิ่งใหญ่ทำอะไรก็ถูกหมด ห้ามเถียง คุ คุ)
แต่ไอ้โต้งเอ๋ยเจ้าผยองไปเหอะ เจอเจ้ามูสัง(อีเห็น)ย่องเข้ามาเห็นบินป่าราบทุกที (สมน้ำหน้า เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือ ลุง ผ.อ. ยังมี ป้า ผ.อ.เหม่ง อีกที อิอิ)
มองไปทางทิศที่คาดว่าดวงตะวันจะขึ้น
เห็นยอดเขานม(พนม)เป็นเงาทะมึน ซึ่งบางคนมองเห็นเป็นยอดนมสาวๆแหลมเปี๊ยบ
บางคนก็มองเห็นเป็นรูปมือที่ประนมหรือพนมเวลาไหว้
สุดแล้วแต่การพรรณาจินตนาการของแต่ละคน
แต่ถ้าถามความคิดจินตนาการของลุงในสมัยนั้นลุงอยู่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ อายุ ๑๐ ขวบปี โรงเรียนบ้านลูกเดือน คงนึกได้แต่นมหย่อนๆยานๆ ของย่าอิ้วเท่านั้นแหละ (ฮะฮะ นึกได้แต่นมแม่เท่านั้น)
เพราะเวลาไปเที่ยวปากคลองพนมที่ไหลมาลงที่คลองศกที่ใต้วัดพนม
เห็นน้ำจากคลองพนมมีสีขาวขุ่นคล้ายๆสีของน้ำนมแม่
พาลนึกไปถึงว่าน้ำในคลองนี้ต้องออกมาจากเขานมแน่ๆ
แสงสีทองพุ่งพรวดหลังยอดเขา เป็นลำสู่ท้องนภา ผ่าไปในอากาศ ที่ปราศจาก ไฝฝ้า ราคีเมฆ เห็นแต่ละอองน้ำค้างปิดกั้นเป็นม่านบางๆ พรั่งพรายไปทั่วทุกทิศ เลนส์สายตาสั้นๆที่บังอาจไม่ใส่แว่นโฟกัสไปหน้าสนามโรงเรียนบ้านลูกเดือนหลังใหม่(ปัจจุบัน)

ซึ่งมีหญ้าเตรย ที่คุณครูสอนให้เรียกว่าหญ้าเจ้าชู้
ที่อดีต ปู่เนตรไปนำเมล็ดหญ้ามาหว่านตอนสร้างโรงเรียนใหม่ๆ ตอนนี้เจริญงอกงามเต็มสนามหญ้าขนาดเล็ก
แถมออกดอกออกผลรบกวนผู้ใส่ถุงน่องถุงเท้า กางเกงขายาวมาก เดินผ่านชาติเจ้าชู้จริงๆเกาะติดทันที
เครื่องตัดหญ้าหาทำยายาก ก่อนเข้าห้องเรียน ทุกคนโดนคำสั่งครูใหญ่ตาทวดอุ้ง (อุทัย ปรัชญาภรณ์ หรือแป๊ะยี่)
พ่อของย่าอิ้ว
บังคับให้ถอนดอกหญ้าคนละ ๑๐ ดอก ไปทิ้งทุกคน ทุกวัน
แต่สมัยนั้นไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ เห็นว่าเป็นของสนุก ลุงกับเพื่อนๆในชั้นเรียน ๑๐ กว่าคน เช่น ลุงนะ ป้าเพ็ญ ลุงพัก ป้าอ้อน อานิยม ลุงสมรัก และคนอื่นๆ ช่วยถอนกัน แล้วแอบเอาไปทิ้งในกระเป๋าหนังสือเด็กผู้หญิง
สนุกสนาน อ
สมัยนั้นรอบๆโรงเรียนเป็นป่าใหญ่ มีธรรมชาติสวยงาม อุดมสมบูรณ์กว่าอุทยานแห่งชาติ บางแห่งสมัยนี้เสียอีก มีสัตว์ป่า เก้ง กวาง กระจง อาศัยอยู่
คิดดูนะว่ายังบ้านนอกไกลปืนเที่ยงขนาดไหน งบประมาณก็ไม่มี คุณครูขณะนั้นนอกจากคุณครูตาทวดอุ้งครูใหญ่แล้ว ก็มีคุณตาครูวีรชัย วรรณศรี
คุณตาครูมาโนช คลล้ำ เป็นครูน้อย
บางครั้งบางวันก็มีย่าอิ้วรับหน้าที่เป็นครูช่วยสอน บ้าง เพราะย่ากำลังศึกษาด้วยตนเองสอบชุดครูอยู่
หิ่งห้อย แมลงตัวน้อยๆที่หากินกลางคืน กระพริบแสง แข่งกับแสงดาว
หลงเพลินคงกลับรังที่นอนไม่ถูก แล้วมันจะนอนไหนละนี่
๒-๓ ตัว หลงทำแสงอยู่หน้าสนามโรงเรียน หากดูตอนหัวค่ำ จะกระพริบเต็มพื้นที่สนามเลยล่ะ
สวยงามมาก
น่าพากิ๊กมานั่งดูล่ะ แต่ลุงพามาไม่ได้ ลุงยังเด็กหยู๋...อิอิ(เกิดเร็วกว่านี้สัก ๗ ปี ก็ไม่ได้)
ในครัวอยู่ท่อนท้ายของตัวบ้าน ได้กลิ่นควันไฟ จากถ่านไม้ หรือไม้ฟืนก็ไม่รู้กระจายไปทั้งตัวบ้าน
สงสัยว่าย่าอิ้วลุกขึ้นมาเตรียมหุงหาอาหาร
ทำกับข้าว
แบบเช็ดน้ำ บางคนไม่รู้จักอีกสิ
เวลาย่าอิ้วจะหุงข้าวก็ตวงข้าวกะประมาณให้คนทั้งบ้านกินกันอิ่ม
ใส่ในหม้ออลูมิเนียม ล้างข้าวสาร(ซาวข้าว)
แล้วเอาน้ำใส่พอสมควร แล้วนำขึ้นตั้งบนเตาถ่านที่ไปถ่านลุกแดง
สักพักหม้อข้าวเดือด (ชั่วหม้อข้าวเดือด เป็นหน่วยกะเวลา ของคนบ้านลุงเพราะสมัยนั้นนาฬิกาหาทำยายากเช่นกัน
เหมือนกับ หน่วยเวลาที่พวกลุงชอบพูดเวลาถามว่านานเท่าไร “ตดไม่ทันหายเหม็น”
หลานๆลองนึกดูสิหากตัวเองตดเมื่อไรจะหายเหม็น นั่นเลยใช่เลยแหละ คริ คริ) เพื่อให้ถูกความร้อนทั่วทั้งหม้อ ย่าก็ใช้ไม้หวักขัดหม้อกวน คนสียสองถึงสามครั้ง
เมื่อเช็กดูแล้วเม็ดข้าวสารส่วนใหญ่พองได้ที่ ก็ปิดฝาเอาไม้ขัดหม้อ
นำไปรินน้ำทิ้ง อีกบ แม่หมาในล่อน(พันธุ์พื้นเมือง วิ่งนมทั้ง ๒ ราว ยานโตงเตง มารับประทานอาหารเช้า โดยละเลียดซดน้ำข้าวที่เช็ดน้ำออก
เสียงดังฉับๆๆๆ น่าเอร็ดอร่อยจริงๆ โห...ย่าอิ้วรินน้ำทิ้งทำไมวิตามิน ของดีๆทั้งนั้น ตาสิน สาคร(ละทิ้งสังขารแล้ว)
พ่อของลุงชาติ (สุริยา สาคร หรือ เสือหวน) เล่าว่า สมัยคุณตาหนุ่มๆยังไม่มีเครื่องดื่มชูกำลังเหมือนสมัยนี้ คุณตาที่เป็นหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่สมัยนั้นรินน้ำข้าวใส่ขันน้ำ หรือกะลามะพร้าวซีกตัวเมีย แล้วมาเติมน้ำตาลทราย
ซดตบตูดด้วยใบกระท่อมที่เคี้ยวผสมน้ำตาลโมเลกุลเล็กๆในน้ำลายในช่องปาก แล้วเป็นแรง(มีกำลัง)นักหนา
คุณตาสิน กับคุณตานับ กองกุล(ละทิ้งสังขารแล้ว) เรียกว่าดื่ม “กาแฟหมา” และหากาแฟจริงๆทำยายากแถมพวกพ้องน้องพี่ในหมู่บ้านบางคนก็ไม่เคยเห็นว่าไอ้กาแฟเป็นอย่างไร บางคนก็คิดว่ากินกาแฟต้องมีอุปกรณ์เหมือนถุงเท้า ตักกาแฟใส่ลงไป ใส่นมก็ใช้ได้ สรุปโดยเบ็ดเสร็จว่ามวลมหาประชาชนบ้านลุงสมัยนั้นไม่รู้จัก และไม่เห็นว่ากาแฟสำคัญอย่างไร
บ้านนอกมากมั๊ยล่ะ แต่บอกให้ก็ได้ว่าบ้านตานับ มีปลูกต้นกาแฟ เก็บลูกไปขายให้พ่อค้าที่ตลาดพุนพิน นะจะบอกให้ เห็นปู่เนตร ย่องมาคดข้าวใส่จาน ที่ย่องคงกลัวลูกๆตื่นนั่งลง ย่าอิ้วตักแกงยอดเหลียง ลุงขี้คร้านอธิบายหลานๆอาศัยค้นหาถามจากลุงกูเกิ้นเอานะว่าผักเหลียง คืออะไร
อีกถ้วยเห็นเป็นน้ำชุบหยิก ไม่รู้จักสิ
(อิอิ สมน้ำหน้าอยากเกิดช้าทำไม)
เป็นน้ำพริกอย่างง่าย เอากะปิมานิด เอาพริกขี้หนูมาหน่อย ฝานหอมแดงใส่ไปนิดแล้วใช้มือและเล็บหยิกพริกให้เป็นท่อนๆสักสองถึงสามท่อนต่อหนึ่งเม็ด ผ่ามะนาวบีบใส่ลงไปสักซีกหนึ่ง (ถ้าฤดูระกำป่ารสเปรี้ยวจัดออกก็จะฝานเนื้อระกำแทนมะนาว ระกำ ลูกหวาย ลูกซำ ลูกเนียง มีเยอะชุกชุมมาก บอกแล้วว่า ขณะนั้นรอบบ้านอุดมสมบูรณ์มากกว่าอุทยานตอนนี้เสียอีก
นี่ยังไม่ได้โม้เลยนะว่า ตอนเย็นๆได้ยินเสียงฟาน (ถามลุงกูเกิ้ลดูว่าคล้ายกวางป่ะ) โพร่ง คือร้องนั่นแหละ ยามผีตากผ้าอ้อมน่ะ (เอ้าผีตายไปแล้วมันจะมีลูกอ่อนมาตากผ้าอ้อมทำไมอีกล่ะนี่...คุณลุง ผ.อ.ท่าจะเพี้ยนแล้วตั้งแต่มีผมสามสีนิ ฮ่าฮ่า
ไม่เพี้ยนหรอกหลานเฮ้ย ยามที่ดวงตะวันเริ่มจะตกภูเขาหลังบ้านมีแสงสะท้อนแสงสีเหลืองทอง อ่อนๆมาจับบริเวณทิวป่าด้านตะวันออก เขาเรียกว่านามผีตากผ้าอ้อม แบบว่าก่อนเวลาโพล้เพล้ นิดเดียวเอง หรือบางคนที่มีอารมณ์สุนทรีย์ จะบอกว่าก่อนยามสนธยาก็บ่ผิดครับผม) ทุกเย็นแถวๆควน (เนิน)จับนี(เนินจับชะนี) ก็หน้าบ้าน บางวันตาทวดแนบ ศรีรักษา(คุณตาของลุงนะ) ไม่มีอะไรทำกับข้าว ถือปืนแก็ปคาบศิลาหายไปข้างบ้าน ราวๆ ๑๐ นาที ถือกระจงตัวอ้วนพีมาแล้ว
“สวัสดีครับท่านผู้ฟัง ผมปรีชา ทรัพย์โสภา
มาแล้วครับ.......” เสียงวิทยุทรานซิสสะเต้อใส่ถ่านไฟฉายแบ็ตเตอรี่แห้ง
ตราม้าขาว ๖ ก้อน ดังลั่น แบบไม่ต้องเกรงใจใคร เพราะแถวนั้นไม่มีบ้านคนให้เกรงใจ เวลานั้น คุณตา(เอ๊ะ..หรือว่าคุณทวด ดีนี่)ปรีชา ทรัพย์โสภา แห่งสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย อ่านข่าวเช้าได้อารมณ์ท่านผู้ฟังไปทั้งประเทศไทย ผู้คนติดกันงอมแงมคล้ายๆเสพย์หวยบนดิน และหวยหุ้นรายวัน เหมือนเดี๋ยวนี้เลยล่ะ ใครไม่รู้จัก “ปรีชา ทรัพย์โสภา” ในขณะนั้นนับได้ว่าเป็นคน ไกลปืนเที่ยง(หาคำแปลเอาจากลุงกูเกิ้ล), อยู่ในหมง(คำใต้ถามคนที่อยู่ปักษ์ใต้ที่นั่งข้างๆเอาเอง นะจ๊ะ)

อย่างแท้จริงหากเทียบยาวไปสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ผู้คนคงติดใจเหมือนกลอนแปด เรื่องพระอภัยมณี(คนอะไรก็ไม่รู้ ปี่เลาเดียว ใช้รบก็ได้ ใช้กล่อมก็ได้ ใช้เกี้ยวผู้หญิงก็ได้ มิน่าล่ะท่านอภัยจึงมีกิ๊กเต็มบ้านเต็มเมือง แถมยังเป็นบุคคลอัจริยะสามารถตัดต่อยีนสายพันธ์ได้ก่อนนักวิทยาศาสตร์สมัยนี้เสียอีก ฮ่าฮ่าฮ่า) ของพระสุนทรโวหาร (สุนทรภู่)แน่ๆ
เสียงของคุณตาปรีชา ค่อยๆดังน้อยห่างไปเรื่อยๆทางทิศตะวันขึ้น
หากเอกลักษณ์ของเอกบุรุษอย่างนั้นคงไม่มีใครหรอก “ปู่เนตร” นั่นเอง ฟังข่าวบ้านเมืองไปพลางเดินเท้าไปเรื่อยๆ ราวๆหนึ่งพันสองร้อยเมตร
จุดหมายปลายทาง สวนผลไม้รวม ริมคลองศก เขตพื้นที่บ้านลูกเดือนล่าง หมู่ที่ ๙ (ปัจจุบัน หมู่ที่ ๖) ตำบลพนม อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
งานประจำที่ปฏิบัติ คือ ถางหญ้า ปลูกพืชผักริมหาดคลองศก ไม้ที่ปลูกในสวนปู่เนตร ที่มองเห็นและสังเกตได้ เช่น ลางสาด ลองกอง เงาะพันธุ์โรงเรียน ทุรียน ทำงานเรื่อยๆจนเวลา ๐๗.๐๐ น. ปู่เนตร บอกว่า “ไม่ต้องทำมากหรอกทำสวนนะ ทำวันละ ๑ ถึง ๒ ชั่วโมงก็พอแล้ว เช้าชั่วโมง เย็นอีก ๑ ชั่วโมง แต่ถ้าให้ดีต้องทำทุกวัน สม่ำเสมอ หลังจากเร่งเสียงวิทยุธานินทร์ให้เสียงดังเต็มที่แล้วก็จับไปแขวนไว้กับกิ่งไม้ใหญ่ ปู่เนตรก็ถอดเสื้อ นุ่งแต่ผ้าขะม้าผืนเดียว มือกำด้ามพร้า แผ้วถางวัชพืช ที่ไม่ได้เชิญให้มาร่วมสังฆกรรมออกเสียจากโคนต้นไม้ที่ปลูก
ปู้เนตรบอกกับลุง ผ.อ.ว่าสวนของพ่อปุ๋ยไม่ต้องใส่ เวลาน้ำหลาก ก็พัดพาฮิวมัส ปุ๋ยหน้าดินจากเหนือคลองมาติดเป็นปุ๋ยเอง
ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งต้องการสุขภาพทางใจเหมือนกัน พ่อเลยต้องเปิดวิทยุให้ดังให้มันได้ฟังเพลงบ้าง พระเทศน์บ้าง ตามที่เห็นต้นไม้ของปู่เนตรเจริญงอกงามดีมาก โดยเฉพาะเงาะนาสารพันธุ์โรงเรียน สองถึงสามต้น เรียบร้อยดีมาก คงได้รับเอาศีลที่พระให้ในวิทยุ ไม่ประพฤติผิดในกาม พุ่มใหญ่มีแต่ใบ หาผลไม่ได้มาหลายปีแล้ว เรียบร้อยมาก อิอิ) ปู่เนตรก็กลับมากินข้าวมื้อเช้าที่บ้าน
น้ำไม่ต้องอาบเพราะจมตัวในคลองศกที่สวนมาเรียบร้อยแล้ว(สวนแปลงที่ว่านี้ปัจจุบันอยู่ในครอบครองของลูกคนสุดท้อง ครอกที่สองของปู่เนตร คืออาโอม) แต่งตัว แล้วติดเครื่องขี่ไอ้หมีควายสีดำ ยี่ห้อฮอนด้า สองท่อไอเสีย ไปทำหน้าที่หลัก เป็นครูใหญ่ที่โรงเรียนวัดพนม และรักษาการครูใหญ่โรงเรียนพนมอีกโรงหนึ่ง(อยู่ในพื้นที่เดียวกัน)
วัดพนมเปิดสอน ป.๑ ถึง ป.๔ เรียกว่าประถมต้น และพนม เป็นโรงเรียนมัธยมสมัยย่าอิ้วเรียน ซึ่งขณะนั้นเป็นโรงเรียนใหญ่ยอดนิยมประจำอำเภอ เพราะอำเภอพนมตั้งอยู่ในบ้านพนมใน ภายหลังเปิดเป็น ป.๕ ถึง ป.๗ เรียกว่าประถมปลาย
พอสายหน่อยหนึ่ง “ย่าอิ้ว” ก็ไปรับช่วงทำงานในสวนต่อ
หากไม่มีชั่วโมงช่วยสอนในโรงเรียนบ้านลูกเดือน เพราะย่าอิ้วกำลังศึกษาด้วยตนเองสอบชุดครูอยู่
เสียงปลาฮุบเหยื่อที่หลงตกลงมาเป็นอาหารมื้อเช้า
ใจกลางของหนอง ที่ผู้คนในสมัยนั้นเรียกว่าหนองจับช้าง เป็นหนองใหญ่น้ำลึก คิดว่าสมัยก่อนน่าจะเป็นร่องน้ำของคลองศกที่ผ่านมาทางนี้ พอหลายร้อยปีกระแสน้ำเปลี่ยนทิศ เลยเหลือเป็นแอ่งน้ำใหญ่กลางสวนของ ปู่เนตร และเสียงสะบัดน้ำดัง โผงผาง
สมัยนั้นคนที่กลัวผี จะไม่กล้าเดินผ่านเข้ามาใกล้ เพราะสภาพรอบหนองน้ำเป็นหญ้าอ้อยลิง(ตรงกูลต้นอ้อ) ที่ย่าอิ้วเรียกมันว่าต้นซ่อพง
ขึ้นเป็นดงใบคมมาก
และมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นคลุมร่มครื่ม บรรยายกาศอึมครึม น่ากลัว...ปรื้อ (ลุงเมื่อตอนเป็นเด็กไปคนเดียว จ้างก็ไม่ไป อิอิ) เขาเล่าว่าเจ้าที่เจ้าทางแรง น้ำลึกเขียวอื๋อเลย
สังเกตสักนิด จะเห็นว่าต้นมะเดื่อปล้องตัดกิ่งที่มีใบเยอะๆ
ติดวางอยู่ริมขอบบึงหนองจับช้าง
ไม่มีใครหรอก ฝีมือปู่เนตร แน่นอน
นำไปเลี้ยงหอย โข่ง หอยขม
ให้มากินแบบไม่อั้น
ถ้ามองให้ดีสักนิดก็จะเห็นตัวหอยแย่งกันขึ้นมาเกาะกิน เต็มไปหมด
นี่ก็คือกิจวัตรประจำวันตอนเย็นอีกครั้งชั่งโมงก่อนมืดของท่าน บางครั้งลุง ผ.อ. กับน้องๆ ทั้งสาม ก็ได้กินแกงหอยโข่งที่ปู่เนตรขอแบ่งมาจากเจ้าที่เจ้าทางในหนองจับช้างเป็นอาหารเมื้อเย็นด้วย งาที่อยู่ท้ายตัวกหอยแกงคั้วเผ็ดของย่าอิ้วอร่อยเหาะไปเลย หากบางวันมีเวลาปู่เนตรก็ทำพิธีขอปลาดุกจากเจ้าที่เจ้าทาง โดยเอาเนื้อหอยโข่งเสียบสายเอ็นที่มีเหล็กงอๆมีเงี่ยงนิดหน่อย หย่อนปักไว้สักครึ่งชั่วโมง ก็มีปลาดุกตาบอด ๒ ถึง ๓ ตัวโตๆไปฝากย่าอิ้วทำเป็นแกงคั่วปลาดุก เป็นอาหารมื้อเย็นได้แล้ว เป็นไงกสิกรรมปู่เนตรพอเพียงได้ป่ะ

ที่มา นายปณิธาน เรืองไชย

ที่อยู่

อ. บ้านตาขุน
Surat Thani
84230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Good ของดีเมือง ตาขุน พนม คีรีรัฐ โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์