Uthen Tara resort

Uthen Tara resort ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Uthen Tara resort, โรงแรม, 42 ม. ถ. ริมโขง ต. ท่าอุเทน อ. ท่าอุเทน จ. นครพนม, Tha-uthen.

Uthen Tara resort 🏠🚲⛰️

ช่องทางการติดต่อ
Tel : 081-0314528
Line : Uthentara

รีสอร์ทริมฝั่งโขง ติดตลาดนัดไทย-ลาว
ใกล้พระธาตุท่าอุเทน
ใกล้แหล่งอำนวยความสะดวก

ต่างมุม 🫶  #ท่าอุเทน  #นครพนม  #พระธาตุท่าอุเทน
08/09/2026

ต่างมุม 🫶

#ท่าอุเทน #นครพนม #พระธาตุท่าอุเทน

ฟ้าหลังฝน ⛰️🌿 “ ตลาดนัดไทยลาว ท่าอุเทน ”  #ตลาดนัดไทยลาวท่าอุเทน  #ท่าอุเทน  #นครพนม
07/09/2026

ฟ้าหลังฝน ⛰️🌿

“ ตลาดนัดไทยลาว ท่าอุเทน ”

#ตลาดนัดไทยลาวท่าอุเทน #ท่าอุเทน #นครพนม

ฟ้ายามเย็น ⛰️🌿  #ท่าอุเทน  #นครพนม  #วิวเขา  #ปากน้ำหินบูน
06/09/2026

ฟ้ายามเย็น ⛰️🌿

#ท่าอุเทน #นครพนม #วิวเขา #ปากน้ำหินบูน

“หนึ่งภาพ…แทนความศรัทธา” ยามค่ำคืนที่พระธาตุท่าอุเทนงดงามท่ามกลางท้องฟ้าสีน้ำเงินแสงไฟส่ององค์พระธาตุให้โดดเด่น สงบ และเ...
05/09/2026

“หนึ่งภาพ…แทนความศรัทธา”

ยามค่ำคืนที่พระธาตุท่าอุเทนงดงามท่ามกลางท้องฟ้าสีน้ำเงิน
แสงไฟส่ององค์พระธาตุให้โดดเด่น สงบ และเปี่ยมด้วยความศรัทธา

#ท่าอุเทน #นครพนม #พระธาตุท่าอุเทน

05/09/2026

สวยมากค่ะ 🫶

05/09/2026

อ่านนครพนมผ่านสถาปัตยกรรมอินโดจีน เมืองการค้า และเรื่องราวของผู้คนริมโขง

หากลองเดินไปตามถนนสายเก่าของนครพนม โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำโขง ตั้งแต่ย่านหอนาฬิกาไปจนถึงถนนด้านใน เราอาจพบว่าหลังประตูไม้ หน้าต่างบานสูง ซุ้มโค้ง และผนังอิฐหนาของอาคารเก่าแต่ละหลัง มีเรื่องราวมากกว่าคำว่าความสวยงามซ่อนอยู่ ตึกเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังสำหรับการถ่ายภาพหรือแลนด์มาร์กของเมือง เป็นหลักฐานที่บอกเล่าการเดินทางของนครพนมผ่านยุคสมัย ทั้งการค้า การเคลื่อนย้ายของผู้คน ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งโขง ตลอดจนแรงกระเพื่อมจากประวัติศาสตร์โลกที่เดินทางมาถึงเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้

เราได้พูดคุยกับ ณรงค์ฤทธิ์ สุมาลี อาจารย์ด้านมานุษยวิทยา สังคมวิทยา และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม โดยอาจารย์ให้ข้อมูลว่า จากการสำรวจภายใต้ชุดโครงการวิจัยด้าน Learning City เมื่อปี 2566 ซึ่งมุ่งศึกษาย่านชุมชนเก่าเพื่อยกระดับไปสู่แนวคิด “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” มีการสำรวจอาคารเก่าในเขตเทศบาลนครพนม ทั้งพื้นที่ริมโขงและถนนด้านใน พบอาคารที่มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมราว 50–60 แห่ง ทั้งอาคารพาณิชย์ โรงแรม บ้านพักอาศัย และอาคารราชการ ตัวเลขอาจดูไม่มาก แต่เมื่อมองลงไปในรายละเอียด อาคารเหล่านี้กลับทำหน้าที่เสมือนคลังความทรงจำของเมืองที่ยังคงตั้งอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง

สิ่งที่ทำให้อาคารเก่านครพนมโดดเด่น คือ รูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากเรือนพื้นถิ่นอีสานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นซุ้มโค้ง หน้าต่างบานสูง ช่องลมเหนือประตู และผนังอิฐที่มีความหนา หลายคนคุ้นเคยกับคำว่า “ตึกโคโลเนียล” หรือ Colonial แต่ในมุมมองทางสถาปัตยกรรม อาคารเหล่านี้ควรทำความเข้าใจในฐานะสถาปัตยกรรมแบบอินโดจีน มากกว่าจะเรียกว่าเป็นสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสโดยตรง เพราะผู้ลงมือสร้างไม่ได้มีเพียงช่างจากยุโรป หากแต่เป็นช่างพื้นเมือง โดยเฉพาะช่างชาวเวียดนามที่นำทักษะด้านงานก่อสร้างและงานปูนมาปรับประยุกต์เข้ากับรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศส ดังนั้น อาคารหนึ่งหลังไม่ได้บอกเล่าเรื่องของฝรั่งเศสเพียงด้านเดียว เป็นผลลัพธ์ของการพบกันระหว่างยุโรป เวียดนาม จีน และผู้คนในท้องถิ่น จนเกิดเป็นรูปแบบเฉพาะที่สะท้อนบริบทของเมืองริมโขง

เหตุผลที่นครพนมมีอาคารลักษณะนี้อยู่จำนวนไม่น้อย ต้องย้อนกลับไปทำความเข้าใจกับประวัติศาสตร์ของลุ่มน้ำโขงในช่วงยุคล่าอาณานิคม ฝรั่งเศสขยายอำนาจเข้าสู่เวียดนามและลาว โดยเฉพาะดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ซึ่งเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญอย่างวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ในปี พ.ศ. 2436 นครพนมแม้ไม่ได้ตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสโดยตรง แต่การตั้งอยู่ตรงข้ามกับท่าแขก เมืองสำคัญของลาวกลางที่ฝรั่งเศสใช้เป็นศูนย์กลางการปกครอง ทำให้นครพนมอยู่ในตำแหน่งที่ได้รับอิทธิพลจากโลกฝรั่งเศสและอินโดจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อิทธิพลนั้นไม่ได้เดินทางมาเฉพาะในรูปของการเมืองหรืออำนาจการปกครอง แต่ยังแทรกซึมผ่านภาษา การศึกษา ระบบราชการ รูปแบบการใช้ชีวิต การค้า และที่เห็นได้ชัดที่สุดอย่างหนึ่งคือสถาปัตยกรรม กล่าวอีกแบบหนึ่งคือตึกเก่านครพนมเป็นผลพวงของการเชื่อมต่อระหว่างเมือง และแม่น้ำโขงคือหนึ่งในเส้นทางสำคัญที่ทำให้การเชื่อมต่อนั้นเกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงของนครพนมไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากอิทธิพลภายนอก แต่เกิดจากการปรับโครงสร้างเมืองภายในด้วย

ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 มีการปรับเปลี่ยนศูนย์กลางราชการและวางผังเมืองใหม่ จากเดิมที่ศูนย์กลางราชการกระจุกตัวอยู่บริเวณคุ้มวัดกลาง มีการขยับศูนย์กลางเมืองไปทางด้านเหนือ ซึ่งในเวลานั้นยังเป็นพื้นที่ทุ่งนา การจัดผังเมืองและการก่อสร้างอาคารราชการรูปแบบใหม่สะท้อนแนวคิดการทำให้เมืองมีความทันสมัยตามแบบตะวันตก หรือสิ่งที่เรียกว่า Westernization ในบริบททางประวัติศาสตร์แนวคิดนี้ไม่ได้หมายถึงความชื่นชอบในความเป็นฝรั่งเพียงอย่างเดียว สะท้อนถึงความพยายามของสังคมไทยในการปรับตัวต่อแรงกดดันจากมหาอำนาจตะวันตก

การสร้างอาคารราชการแบบตะวันตก การแต่งกาย การกินอยู่ หรือแม้กระทั่งรูปแบบการใช้ชีวิตของชนชั้นนำ จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างเมืองสมัยใหม่ นครพนมไม่ได้เพียงรับสถาปัตยกรรมเข้ามา หากแต่กำลังเรียนรู้และปรับตัวต่อโลกที่กำลังเปลี่ยนไป หนึ่งในเรื่องเล่าที่น่าสนใจจากการศึกษาสถาปัตยกรรมเก่านครพนม คือเรื่องของ “กูบาเฮ้าส์” และช่างชาวเวียดนามผู้มีฝีมือในช่วงประมาณ พ.ศ. 2450–2470 ผลงานของช่างกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับอาคารสำคัญของเมือง รวมถึงอาคารราชการและอาคารที่ปัจจุบันยังคงหลงเหลือให้เห็น

มีเรื่องเล่าว่า อิฐที่ใช้ก่อสร้างอาคารสำคัญบางแห่งถูกผลิตขึ้นจากดินในพื้นที่บริเวณเดียวกับบ้านของช่าง โดยนำดินเหนียวจากพื้นที่ลุ่มน้ำโขงมาปั้นและเผาเป็นอิฐ ขณะที่วัสดุจากเปลือกหอยถูกนำมาเผาเพื่อทำเป็นปูน ช่วยให้งานก่อสร้างมีความแข็งแรง รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้เห็นว่า สถาปัตยกรรมไม่ได้เกิดขึ้นจากแบบแปลนเพียงอย่างเดียว ภูมิปัญญาของคน วัสดุของพื้นที่ และเทคนิคที่เดินทางข้ามพรมแดนก็เป็นส่วนหนึ่ง และนั่นทำให้ตึกเก่าแต่ละหลังมี DNA ของพื้นที่อยู่ในตัวเอง

ย่านหอนาฬิกาของนครพนมเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่สะท้อนเรื่องนี้ได้ชัดเจน เพราะในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางทางการค้าและตลาดสำคัญของเมือง โดยเฉพาะก่อนช่วง พ.ศ. 2520 เมื่อการค้าเติบโต อาคารพาณิชย์จึงเกิดขึ้นตามมา จึงไม่แปลกที่อาคารจำนวนมากจะตั้งเรียงรายอยู่ในพื้นที่เดียวกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมืองเปลี่ยน รูปแบบเศรษฐกิจเปลี่ยน และคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งเดินทางออกไปหาการศึกษาและโอกาสในพื้นที่อื่น อาคารที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตจึงเริ่มเงียบลง บางหลังถูกปรับเปลี่ยน บางหลังถูกทิ้งร้าง และอีกหลายหลังหายไปจากแผนที่ของเมือง นี่คือโจทย์สำคัญของนครพนมในวันนี้ว่า เราจะรักษาตึกเก่าอย่างไร โดยไม่ทำให้กลายเป็นเพียงของเก่าที่ถูกเก็บไว้ดู

เสน่ห์ของตึกโคโลเนียลหรือสถาปัตยกรรมอินโดจีน สะท้อนนครพนมในอย่างน้อย 4 มิติ ได้แก่

-เมืองแห่งการเชื่อมต่อ : นครพนมเติบโตขึ้นจากการเป็นเมืองที่เชื่อมผู้คน สินค้า และวัฒนธรรมผ่านเส้นทางการค้า โดยเฉพาะแม่น้ำโขง

-เมืองพหุวัฒนธรรม : สถาปัตยกรรมที่เห็นวันนี้เป็นผลจากการผสมผสานอิทธิพลยุโรป เวียดนาม จีน และวัฒนธรรมพื้นถิ่นเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์

-เมืองการค้าที่เติบโตมากับสายน้ำ : ก่อนที่ถนนจะกลายเป็นเส้นเลือดหลักของเมือง แม่น้ำโขงคือเส้นทางสำคัญของการเดินทางและการแลกเปลี่ยน

-เมืองที่รู้จักปรับตัว : การปรากฏขึ้นของสถาปัตยกรรมแบบอินโดจีนสะท้อนว่าคนในนครพนมไม่ได้ปิดตัวเองจากโลกภายนอก แต่สามารถรับอิทธิพลใหม่มาปรับใช้กับบริบทของตัวเอง

เพราะฉะนั้น หากมองให้ลึกกว่าความสวยงาม จะเห็นได้ว่านครพนมเป็นเมืองที่เปลี่ยนแปลงมาตลอดเวลา วันนี้การอนุรักษ์อาคารเก่าอาจไม่ใช่เพียงเรื่องของการห้ามทุบหรือการรักษาหน้าตาอาคารให้เหมือนเดิม เพราะหากอาคารถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการใช้ประโยชน์ สุดท้ายเจ้าของอาจมองว่ามันกลายเป็นภาระ ขณะเดียวกัน หากนำไปปรับปรุงโดยไม่คำนึงถึงคุณค่าดั้งเดิม เสน่ห์และเรื่องราวของอาคารก็อาจสูญหายไปพร้อมกับการพัฒนา อาจารย์ณรงค์ฤทธิ์ มองว่า ทางออกจึงอาจต้องอยู่ตรงกลางระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องมีมาตรการสนับสนุนเจ้าของอาคาร ทั้งด้านกฎระเบียบ งบประมาณ หรือทุนสำหรับการอนุรักษ์ เพื่อทำให้การรักษาอาคารเก่าไม่กลายเป็นต้นทุนที่เจ้าของต้องแบกรับเพียงฝ่ายเดียว ขณะเดียวกัน หากนครพนมต้องการนำอาคารเหล่านี้ไปต่อยอดด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาก็ควรตั้งอยู่บนฐานของงานวิจัย ไม่ใช่เพียงการนำอาคารเก่ามาตกแต่งให้สวยแล้วรอให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูป เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุดของอาคารเหล่านี้คือเรื่องเล่า

การพัฒนาเมืองเก่าจึงอาจต้องอาศัยความรู้จากหลายศาสตร์ ทั้งสถาปัตยกรรม รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพื่อออกแบบอนาคตให้อาคารเหล่านี้ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้

ท้ายที่สุดแล้ว การอนุรักษ์ตึกเก่านครพนมควรเป็นพื้นที่ที่ผู้คนยังสามารถอยู่อาศัย ทำธุรกิจ สร้างสรรค์งานศิลปะ เปิดร้านอาหาร ทำงาน หรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้ โดยมีอาคารประวัติศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตร่วมสมัย ซึ่งแนวคิดนี้สอดคล้องกับการศึกษาย่านชุมชนเก่าภายใต้แนวคิด Learning City ที่มองพื้นที่เมืองเป็นแหล่งเรียนรู้ และพยายามยกระดับย่านเก่าให้เป็น “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” มากกว่าการเก็บรักษาอาคารไว้เป็นวัตถุจัดแสดง

ปก/ข่าว/บทความ : นครพนมโฟกัส

#อาคารเก่า #สถาปัตยกรรมอินโดจีน #ตึกโคโลเนียล #นครพนม #นครพนมโฟกัส

ตะวันทอแสง ☀️ 📷 : K.หนุ่ม ตึกศรีอุเทน  #ท่าอุเทน  #นครพนม  #เมืองสงบ
05/09/2026

ตะวันทอแสง ☀️

📷 : K.หนุ่ม ตึกศรีอุเทน

#ท่าอุเทน #นครพนม #เมืองสงบ

พรุ่งนี้ 5 กันยายน 2569ขอเชิญร่วม ตักบาตรพระ 20 รูปพระสงฆ์จะเดินรับบิณฑบาตตั้งแต่📍หน้าวัดพระธาตุท่าอุเทน – วัดไตรภูมิ✨ ก...
04/09/2026

พรุ่งนี้ 5 กันยายน 2569

ขอเชิญร่วม ตักบาตรพระ 20 รูป
พระสงฆ์จะเดินรับบิณฑบาตตั้งแต่
📍หน้าวัดพระธาตุท่าอุเทน – วัดไตรภูมิ

✨ กิจกรรมตักบาตรจัดขึ้น ทุกวันเสาร์แรกของเดือน
เป็นอีกหนึ่งวิถีเรียบง่ายของชาวท่าอุเทน ที่อยากชวนทุกคนมาสัมผัส

สำหรับแขกที่เข้าพักที่ อุเทน ธารา รีสอร์ท
ตื่นเช้ามาไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล
เตรียมของใส่บาตร แล้วออกมาร่วมทำบุญหน้าที่พักได้เลยค่ะ 🤍

เช้า ๆ ริมโขง อากาศดี ๆ
ได้ทำบุญ ได้รับพร และได้เริ่มต้นวันด้วยใจที่เป็นสุข 🌿🙏🏻

#อุเทนธารารีสอร์ท
#ที่พักท่าอุเทน
#ท่าอุเทน
#นครพนม
#ตักบาตรท่าอุเทน
#ทำบุญยามเช้า
#เที่ยวท่าอุเทน
#วิถีชุมชน
#นครพนมริมโขง
#เที่ยวเมืองรอง

04/09/2026

ศุกร์นี้ มี "ตลาดแลงริมโขงท่าอุเทน" นะคะ แล้วพบกันค่ะ

🫶⛰️☁️🍃
03/09/2026

🫶⛰️☁️🍃

ที่อยู่

42 ม. ถ. ริมโขง ต. ท่าอุเทน อ. ท่าอุเทน จ. นครพนม
Tha-Uthen
48120

เบอร์โทรศัพท์

+66810314528

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Uthen Tara resortผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Uthen Tara resort:

ทางลัด

แชร์

ประเภท