สวท.ยโสธร Yasothon News

สวท.ยโสธร Yasothon News สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดยโสธร FM 90 MHz

กรมการค้าภายใน ออกตรวจเครื่องชั่งร้านทองช่วงเทศกาลตรุษจีนกว่า 1,400 เครื่องพบ 38 เครื่องไม่ได้มาตราฐานในพื้นที่จังหวัดอ่...
16/02/2026

กรมการค้าภายใน ออกตรวจเครื่องชั่งร้านทองช่วงเทศกาลตรุษจีนกว่า 1,400 เครื่องพบ 38 เครื่องไม่ได้มาตราฐานในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง สระบุรี อุดรธานี บุรีรัมย์ สั่งดำเนินการตามกฎหมายโดยผูกบัตรห้ามใช้ทันที

น.ส.ญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ตรวจร้านจำหน่ายทองคำช่วงเทศกาลตรุษจีนว่า ทองคำ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีในวัฒนธรรมจีน และได้รับความนิยมซื้อขายในช่วงตรุษจีน กรมการค้าภายในได้กำชับร้านทองให้ใช้เครื่องชั่งที่ได้มาตรฐานและแสดงราคาซื้อ–ขายอย่างชัดเจน ผลการตรวจสอบในพื้นที่เยาวราชพบว่าร้านทองให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เครื่องชั่งมีสภาพสมบูรณ์และน้ำหนักได้มาตรฐานนอกจากนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัดทั่วประเทศปูพรมตรวจสอบร้านทอง ระหว่างวันที่ 30 ม.ค.–12 ก.พ. 69 โดยผลการเข้าตรวจสถานประกอบการ 1,231 แห่ง และตรวจเครื่องชั่งดิจิทัล 1,403 เครื่อง พบว่าส่วนใหญ่ถูกต้อง 1,365 เครื่อง และพบค่าความคลาดเคลื่อนเกินกฎหมายกำหนด 38 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง สระบุรี อุดรธานี บุรีรัมย์ และตรัง ซึ่งทางกรมได้มีการดำเนินการตามกฎหมายโดยผูกบัตรห้ามใช้ทันที

น.ส.ญาณี กล่าวว่า ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยหากไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า มีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท หากฉวยโอกาสขึ้นราคา มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี หรือปรับสูงสุด 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากใช้เครื่องชั่งที่คลาดเคลื่อนหรือดัดแปลง มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 280,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือสงสัยว่าเครื่องชั่งไม่เที่ยงตรง สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการได้ทันที

นายกฯ สั่งทุกจังหวัด เพิ่มประสิทธิภาพป้องกันไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM2.5 ขอความร่วมมือลด – งดเผาทุกชนิดนายอนุทิน ชาญวีรกูล ...
16/02/2026

นายกฯ สั่งทุกจังหวัด เพิ่มประสิทธิภาพป้องกันไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM2.5 ขอความร่วมมือลด – งดเผาทุกชนิด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการไปยังทุกจังหวัดรวมถึงกรุงเทพมหานคร เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ปี 2568-2569 โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ การป้องกันและลดการเกิดฝุ่นละอองจากแหล่งกำเนิด การดูแลสุขภาพประชาชน การประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ การควบคุมสถานการณ์ และการรายงานผลอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งทุกจังหวัดยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง ติดตาม แก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ทบทวนแผนเผชิญเหตุ เตรียมพร้อมให้การสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศงดเว้นการเผาในที่โล่ง ครอบคลุมพื้นที่ป่าและเกษตรทั่วประเทศ ช่วง 1 มกราคม – 30 เมษายน 2569 จัดทำแผนเผชิญเหตุและบันทึกข้อตกลงร่วมกัน กำชับให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ดำเนินมาตรการงดเผาอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง รวมถึงให้หาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรหลังฤดูเก็บเกี่ยวไม่ให้มีการเผา เพื่อป้องกันฝุ่นควันรวมถึงไฟป่าที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนได้ ขณะที่ในช่วงวันที่ 15 - 17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน รัฐบาลสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมป้องกัน เฝ้าระวังสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น สำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย พร้อมทั้งตรวจตราพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ อาคาร เส้นทางสัญจร และสถานที่ที่จัดงานเทศกาลตรุษจีน ทั้งบนบกและริมตลิ่งให้มีความมั่นคงแข็งแรง ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานให้เตรียมความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง และช่วยกันรณรงค์ลดหรืองดกิจกรรมการเผาทุกชนิด เพื่อลดการเกิดมลพิษทางอากาศและลดปริมาณฝุ่น PM2.5

#นายกสั่งทุกจังหวัดเพิ่มประสิทธิภาพป้องกันไฟป่าหมอกควันฝุ่นPM #ขอความร่วมมือลดงดเผาทุกชนิด #กระทรวงมหาดไทย #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

16/02/2026
รัฐบาลสั่งการเข้มป้องกันอัคคีภัยและอุบัติภัยช่วงตรุษจีน ขอความร่วมมือลด – งดการเผาทุกชนิด ลดฝุ่น PM 2.5 นางสาวอัยรินทร์ ...
15/02/2026

รัฐบาลสั่งการเข้มป้องกันอัคคีภัยและอุบัติภัยช่วงตรุษจีน ขอความร่วมมือลด – งดการเผาทุกชนิด ลดฝุ่น PM 2.5

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะมีการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษ โดยการจุดธูปเทียนบูชาเซ่นไหว้ เผากระดาษเงินกระดาษทอง ตลอดจนจุดประทัดตามศาลเจ้าและบ้านเรือน บางพื้นที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองจุดพลุ ประทัด และดอกไม้เพลิง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยและอุบัติภัย นอกจากนี้ ช่วงดังกล่าวชาวไทยเชื้อสายจีนมักเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ทำให้มีปริมาณรถสัญจรเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบกับเป็นช่วงฤดูหนาว ลมแรง อากาศแห้ง เสี่ยงต่อเกิดอัคคีภัย

รัฐบาลสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมป้องกัน เฝ้าระวังสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยให้สำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย และซักซ้อมการปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้ปฏิบัติงานได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมทั้งตรวจตราพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ อาคาร เส้นทางสัญจร และสถานที่ที่จัดงานเทศกาลตรุษจีน ทั้งบนบกและริมตลิ่งให้มีความมั่นคงแข็งแรง ทั้งโป๊ะ ท่าเทียบเรือ และเรือโดยสาร หากพบสภาพไม่ปลอดภัยให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบซ่อมแซมโดยเร็ว ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานให้เตรียมความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งอุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัย และไฟฟ้าส่องสว่าง รวมถึงกวดขันการพิจารณาออกใบอนุญาต หรือต่ออายุใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าดอกไม้เพลิง ตรวจสอบสถานที่เก็บ ทำ หรือค้าดอกไม้เพลิงที่ตั้งอยู่ในย่านชุมชน ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

“เทศกาลตรุษจีน หน่วยงานที่จะจัดงาน ต้องกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและใช้ความระมัดระวังในการจัดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย โดยเฉพาะการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิงหรือการแสดงที่ใช้เทคนิคพิเศษ (Special Effect) ภายในอาคาร รวมถึงสร้างการรับรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากอัคคีภัย ที่สำคัญขอให้ช่วยกันรณรงค์ลดหรืองดกิจกรรมการเผาทุกชนิด เพื่อลดการเกิดมลพิษทางอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

15 ก.พ. 69 วันสุดท้าย แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ย้ำเตื...
15/02/2026

15 ก.พ. 69 วันสุดท้าย แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ย้ำเตือนว่า ผู้ที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ต้องแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติได้ ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เท่านั้น โดยสามารถแจ้งได้ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/ หรือ แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือพิมพ์คำว่า “แจ้งเหตุการเลือกตั้ง สส.” หรือแจ้งเหตุการออกเสียงประชามติ (ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์) ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิไม่ได้ไปเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ต้องแจ้งเหตุในระบบ 2 ครั้ง ได้แก่ 1. การแจ้งเหตุไม่สามารถไปเลือกตั้ง สส. 2. การแจ้งเหตุไม่สามารถไปออกเสียงประชามติ หรือยื่นด้วยตนเองต่อนายทะเบียนอำเภอ/นายทะเบียนท้องถิ่น ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน ซึ่งผู้ที่ไม่แจ้งเหตุ หรือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิแล้ว แต่เหตุนั้นไม่ใช่เหตุอันสมควร จะถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี

#15กพ69วันสุดท้าย #แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งสส #และออกเสียงประชามติ #สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

นายกฯ เปิดงาน แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ชวน “นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทยทั้งเมือง” ถึง 22 ก.พ. 69นายอนุทิน ชา...
15/02/2026

นายกฯ เปิดงาน แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ชวน “นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทยทั้งเมือง” ถึง 22 ก.พ. 69

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี นายกรัฐมนตรี ระบุว่า งานดังกล่าวสะท้อนถึงความรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของจังหวัดลพบุรี เป็นโอกาสให้ได้รำลึกถึงบุญคุณแห่งบูรพกษัตริย์ ความรักชาติ รักแผ่นดิน และยังเป็นการน้อมสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทย พร้อมทั้งทรงพัฒนาให้เป็นอาชีพที่มั่นคงแก่ประชาชน โดยเฉพาะการส่งเสริมการผลิตผ้ามัดหมี่ และงานศิลปาชีพแขนงต่าง ๆ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจชุมชนจังหวัดลพบุรีโดยชาวลพบุรีได้พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยอันเป็นภาพที่งดงาม และน่าประทับใจ ทั้งนี้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี เชิญชวนร่วมแต่งกายชุดไทย “นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทยทั้งเมือง” ในงานดังกล่าว ซึ่งจะจัดไปจนถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยถึงภาพรวมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ 2569 นักท่องเที่ยวสะสมแล้วกว่า 4,650,827 คน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมกว่า 230,742 ล้านบาท เป็นผลจากความพร้อมของประเทศไทยและการปรับกลยุทธ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในทุกมิติ มีการปรับตัวรับกระแสการเดินทางรูปแบบใหม่ ๆ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้อัตลักษณ์พื้นที่เป็นจุดขาย ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจและรายได้ของชุมชนอย่างทั่วถึง คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวและรายได้ไม่ต่ำกว่าปี 2562 ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด 19

#นายกเปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชครั้งที่38 #ชวนนุ่งโจงห่มสไบแต่งไทยทั้งเมือง #ถึง22กพ69 #กระทรวงมหาดไทย #กระทรวงวัฒนธรรม #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

14/02/2026
รมว.ทส. สั่ง ทุกหน่วยงานในกระทรวงทรัพย์ ฯ ระดมอากาศยาน–กำลังภาคพื้น เร่งสกัดไฟป่า ลำพูน เตรียมพร้อมรับมือไฟป่า 24 ชั่วโม...
14/02/2026

รมว.ทส. สั่ง ทุกหน่วยงานในกระทรวงทรัพย์ ฯ ระดมอากาศยาน–กำลังภาคพื้น เร่งสกัดไฟป่า ลำพูน เตรียมพร้อมรับมือไฟป่า 24 ชั่วโมง

(14 ก.พ. 69) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งบูรณาการทุกภาคส่วน เร่งควบคุมสถานการณ์ไฟป่าจังหวัดลำพูน พร้อมสนับสนุนอากาศยานและกำลังภาคพื้นดินเฝ้าระวังจุดความร้อนอย่างใกล้ชิด

จากการติดตามสถานการณ์ของศูนย์เฝ้าระวังหมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 จังหวัดลำพูน พบจุดความร้อนเกิดขึ้นต่อเนื่องระหว่างวันที่ 12–13 กุมภาพันธ์ 2569 ในพื้นที่ป่าพลู บ้านโฮ่ง ส่งผลให้เกิดไฟป่าหลายจุดและลุกลามขึ้นพื้นที่ภูเขาสูงชัน ยากต่อการเข้าควบคุม และมีความเสี่ยงขยายวงกว้าง

จึงได้สั่งการให้กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำพูน และ นายอำเภอบ้านโฮ่ง พร้อมศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนอากาศยานเข้าทิ้งน้ำดับไฟเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

ผลการปฏิบัติงาน อากาศยานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้าทิ้งน้ำดับไฟรวม 31 เที่ยว ปริมาณน้ำ 15,500 ลิตร ในพื้นที่ใกล้อ่างเก็บน้ำห้วยป่าซางอ่อนบ้านแม่หาด ขณะเดียวกัน หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลพ 4 สมาชิก อส. อำเภอบ้านโฮ่งที่ 4 ผู้นำชุมชน และชุดปฏิบัติการหมู่บ้าน ร่วมกันควบคุมเพลิงในพื้นที่ราบ พร้อมจัดทำแนวกันไฟในจุดเสี่ยงที่เข้าถึงยาก ทำให้สถานการณ์โดยรวมอยู่ในระดับควบคุมได้

สำหรับสถานการณ์วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 จากภาพถ่ายทางอากาศบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำห้วยป่าซางอ่อน พบว่าจุดความร้อนเดิมได้รับการควบคุมแล้ว อย่างไรก็ตามยังพบจุดความร้อนใหม่ในพื้นที่สูงชันด้านเหนือ ซึ่งยากต่อการเข้าดับไฟ ทางอำเภอบ้านโฮ่งได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งทำแนวป้องกันการลุกลาม

ทั้งนี้ นายสุชาติ ย้ำว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน สนับสนุนภารกิจควบคุมและดับไฟป่าอย่างเต็มกำลัง พร้อมจัดชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ไฟป่าตลอด 24 ชั่วโมง และขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่าและปัญหาหมอกควัน PM2.5 รวมทั้งช่วยกันสอดส่องแจ้งเหตุเมื่อพบการลักลอบเผาหรือการเกิดไฟป่า เพื่อร่วมกันปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพประชาชน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

กระทรวง อว. ส่งมอบนวัตกรรม “เตาไบโอชาร์ BioCycle Kiln” สู่ชุมชน อบต.รางจรเข้ - เมืองเจ้าเจ็ด จ.อยุธยา ชูโมเดลเปลี่ยนขยะเ...
14/02/2026

กระทรวง อว. ส่งมอบนวัตกรรม “เตาไบโอชาร์ BioCycle Kiln” สู่ชุมชน อบต.รางจรเข้ - เมืองเจ้าเจ็ด จ.อยุธยา ชูโมเดลเปลี่ยนขยะเกษตรเป็นเงิน แก้ฝุ่น PM2.5 ที่ต้นเหตุ

(14 ก.พ. 69) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีส่งมอบ “นวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการของขวัญปีใหม่ อว. 2569 โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) รศ.ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการ พร้อมด้วย ดร.พงศกร มงคลหมู่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรางจรเข้ นายมนต์ชัย พุฒใจกล้า นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเจ้าเจ็ด ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด อว. นักวิจัย ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลรางจระเข้ จ.พระนครศรีอยุธยา

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การส่งมอบนวัตกรรมในวันนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการนำนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ลงสู่การปฏิบัติจริง เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน กระทรวง อว. มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ “ต้นทาง” ควบคู่กับการสร้าง “ทางเลือก” ให้เกษตรกร โดยนวัตกรรม BioCycle Kiln ที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ภายใต้แผนงาน “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5” นี้ คือตัวอย่างของการเปลี่ยน “วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร” ให้เป็น “ทรัพยากรที่มีมูลค่า” สร้างรายได้ และทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว เป็นพลังที่ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน

ด้าน ดร.วิภารัตน์ เปิดเผยว่า โครงการของขวัญปีใหม่ อว. 2569 นี้ มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมสนับสนุนชุมชน โดยเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชนจะเข้ามาช่วยจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ แปรรูปเป็นถ่านไบโอชาร์ (Biochar) ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และที่สำคัญคือช่วยลดการเผาในที่โล่ง อันเป็นสาเหตุหลักของมลพิษทางอากาศ

ขณะที่ รศ.ดร.อนรรฆ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นวัตกรรม BioCycle Kiln ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการวัสดุอย่างฟางข้าวและชีวมวล เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงดินและเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก โดยโครงการฯ มีเป้าหมายลดจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่เป้าหมาย 9 จังหวัด และมุ่งลดระดับมลพิษทางอากาศให้ได้มากกว่าร้อยละ 30 ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทชุมชน

ทั้งนี้ กระทรวง อว. และ วช. พร้อมเดินหน้าสนับสนุนและบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อขยายผลงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริง สร้างความเข้มแข็งทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมต่อไป

รักหลอก-ปล้นจริง! 'โจรปล้นใจออนไลน์' ระบาดหนักช่วง “วาเลนไทน์” ทำเหยื่อสูญเงินกว่า “860 ล้าน” AOC แนะ หลัก 4 ข้อ ป้องกัน...
14/02/2026

รักหลอก-ปล้นจริง! 'โจรปล้นใจออนไลน์' ระบาดหนักช่วง “วาเลนไทน์” ทำเหยื่อสูญเงินกว่า “860 ล้าน” AOC แนะ หลัก 4 ข้อ ป้องกันโจรปล้นใจ

(14 ก.พ. 69) ช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ที่หลายคนกำลังมองหาความรัก แต่ "โจรปล้นใจออนไลน์" ก็กำลังจ้องหาเหยื่อเช่นกัน ล่าสุด ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือ AOC1441 เปิดเผยตัวเลขน่าตกใจว่า ในรอบปีที่ผ่านมา คนไทยถูกหลอกโดยมิจฉาชีพที่แอบอ้างมาจีบออนไลน์ จนสูญเงินไปกว่า 860 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการหลอกลวงในรูปแบบ "Romance Scam" หรือ "การหลอกลวงด้วยความรัก"

จากข้อมูลศูนย์ AOC1441 เผยว่า ที่น่าตกใจคือ เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอายุ 35-55 ปี มีการศึกษาและรายได้ดี แต่เหงาหรือโดดเดี่ยว ทำให้ถูกหลอกได้ง่าย บางรายโอนเงินให้คนรักออนไลน์ที่ไม่เคยพบหน้ากันเลย จนหมดตัว

สถานการณ์ปัจจุบัน กับตัวเลขที่น่าเป็นห่วง
จากข้อมูลของศูนย์ AOC ระบุว่า
- มีจำนวนผู้เสียหายมากกว่า 3,939 ราย ในรอบ 24 เดือน
- มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 860 ล้านบาท
- ช่องทางหลัก Facebook, Instagram
- เหยื่อเป้าหมาย ผู้หญิง 35-55 ปี (78%), ผู้ชาย 40-60 ปี (22%)
- โดยระยะเวลาเฉลี่ยที่ใช้เวลาสร้างความสัมพันธ์ประมาณ 2-6 เดือน ก่อนขอเงิน

เปิดกลโกง เทคนิค "โจรปล้นใจ"
ขั้นตอนที่ 1 สร้างตัวตนปลอม (Fake Identity)
มิจฉาชีพจะสร้างโปรไฟล์ปลอมที่ดูน่าเชื่อถือ โดยมักแอบอ้างเป็น
- ทหารอเมริกัน ประจำการในต่างประเทศ
- วิศวกรชาวต่างชาติ ทำงานโครงการในต่างแดน
- นักธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จ
- ผู้บริหารบริษัทข้ามชาติ เดินทางบ่อย
- ใช้รูปภาพที่หล่อ/สวย ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต และสร้างเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจ

ขั้นตอนที่ 2 สร้างความสัมพันธ์ (Building Trust)
- พูดคุยทุกวัน ส่งข้อความหวานๆ อย่างสม่ำเสมอ
- โทรวิดีโอคอล (บางครั้งใช้ AI Deepfake หรือจ้างคนแสดง)
- บอกว่า "รักจริง" และ "อยากแต่งงาน"
- ส่งของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างความเชื่อใจ
- ใช้เวลา 2-6 เดือน ค่อยๆ เข้าใกล้จนเหยื่อไว้ใจ

ขั้นตอนที่ 3 เริ่มขอเงิน (The Hook)
เมื่อได้ใจแล้ว จะเริ่มขอเงินโดยใช้ข้ออ้างต่างๆ
- "ป่วยกระทันหันต้องเข้าโรงพยาบาล ต้องการเงินค่ารักษา"
- "ส่งของขวัญราคาแพงมาให้ แต่ติดค่าภาษีศุลกากร"
- "อยากบินมาหาที่ไทย แต่เงินไม่พอซื้อตั๋ว"
- "โอกาสทางธุรกิจดีมาก แต่ต้องการเงินลงทุนก่อน"
- "ลูกเกิดอุบัติเหตุ ต้องการเงินด่วน"

ขั้นตอนที่ 4 เพิ่มแรงกดดัน (Pressure)
- สร้างความเร่งด่วน "ต้องโอนวันนี้ ไม่งั้นไม่ทัน"
- ใช้อารมณ์ "ถ้าคุณรักฉันจริง ต้องช่วย"
- ขู่ "ถ้าไม่ช่วย ฉันอาจตาย/เจ๊ง/หมดอนาคต"
- หลอกต่อเนื่อง เมื่อโอนครั้งแรกแล้ว จะมีข้ออ้างใหม่มาขอเงินเพิ่ม

สัญญาณเตือน - วิธีสังเกต "โจรปล้นใจ"
สัญญาณที่ 1 หล่อ/สวยเกินจริง
- รูปในโปรไฟล์มีไม่กี่รูป และดูไม่เหมือนเป็นคนเดียวกัน
- วิธีเช็ก เอารูปไปค้นหาใน Google Image Search

สัญญาณที่ 2 รวยและประสบความสำเร็จมาก
- บอกว่าเป็นหมอ ทหาร วิศวกร นักธุรกิจระดับสูง
- อยู่ต่างประเทศ หรือทำงานในพื้นที่ห่างไกล
- มีเงินเยอะ แต่กลับมาขอเงินคุณภายหลัง (ไม่สมเหตุสมผล)

สัญญาณที่ 3 รักเร็ว จัดเต็ม
- เพิ่งคุยกันได้ไม่นาน แต่บอกรัก บอกอยากแต่งงาน
- พูดจาหวานเกินจริง เช่น "คุณคือหญิงในฝันของผม"
- เร่งสร้างความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว

สัญญาณที่ 4 ไม่เคยพบหน้า หรือมีข้อแก้ตัวทุกครั้ง
- นัดเจอตัวจริงแล้วผิดนัดบ่อยๆ โดยมีข้ออ้างต่างๆ
- วิดีโอคอลไม่ชัด หรือทำได้แค่สั้นๆ

สัญญาณที่ 5 เริ่มขอเงิน
- แม้มีข้ออ้างใดก็ตาม การขอเงินคือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุด
- หากรักจริง จะไม่ให้คุณเดือดร้อน

AOC แนะนำ หลัก 4 ข้อ ป้องกันตัวเองจากโจรปล้นใจ

1. ไม่โอนเงินให้คนที่ไม่เคยพบหน้า
- ไม่ว่าเหตุผลจะดีแค่ไหน อย่าโอนเงินให้คนที่ไม่เคยเจอตัวจริง
- หากรักจริง ให้พบหน้ากันก่อน และรอจนเข้าใจกันดีพอ

2. ตรวจสอบตัวตนให้แน่ชัด
- เอารูปไปค้นหาใน Google Image
- ขอวิดีโอคอลแบบสดๆ ไม่ใช่ที่อัดไว้
- ถามคำถามที่ทำให้รู้ว่าเป็นคนจริงหรือไม่ (ถามเรื่องท้องถิ่น เหตุการณ์ปัจจุบัน)

3. ปรึกษาคนรอบข้าง
- เล่าให้เพื่อน ญาติฟัง
- คนภายนอกมักมองเห็นสัญญาณเตือนได้ชัดกว่า

4. อย่าเชื่อคำสัญญาเรื่องเงิน
- การลงทุนที่ได้กำไร 100% ไม่มีในโลก
- หากมีโอกาสดีจริง ทำไมต้องมาชวนคนที่เพิ่งรู้จัก

เมื่อตกเป็นเหยื่อ ทำอย่างไร?
- อันดับแรกหยุดโอนเงินทันที ไม่ว่าอีกฝ่ายจะบอกอะไรมา
- เก็บหลักฐานทั้งหมด ทั้งภาพหน้าจอการสนทนา, สลิปการโอนเงิน, รูปภาพที่ได้รับ, เลขบัญชีที่โอนเงินไป
- โทรแจ้งศูนย์ AOC 1441 ทันที
- แจ้งธนาคารระงับบัญชีผู้รับเงิน

ทั้งนี้ ศูนย์ AOC ระบุว่า ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ Romance Scam มักมีจิตใจบอบช้ำรุนแรง ทั้งอับอาย โกรธตัวเอง และซึมเศร้า บางรายอาจคิดสั้น ดังนั้น การดูแลทางจิตใจหลังเหตุการณ์จึงสำคัญมาก ครอบครัวต้องให้กำลังใจและไม่ตำหนิ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือหลายคนอาย ไม่กล้าแจ้งความ ทำให้มิจฉาชีพได้ใจ และไปหาเหยื่อรายใหม่ต่อ จึงขอให้ผู้เสียหายกล้าออกมาแจ้งความ เพราะนั่นคือการช่วยคนอื่นๆ ด้วย

ดังนั้น หากคนที่อ้างว่ารักคุณ แต่กลับทำให้คุณต้องกู้เงิน ต้องขายทรัพย์สิน ต้องแบกภาระ นั่นไม่ใช่ความรัก แต่เป็นการหลอกลวง ในวันวาเลนไทน์นี้ ขอให้ทุกคนเปิดใจรักได้ แต่เปิดกระเป๋าเงินด้วยสติ “ความรักที่แท้จริง ไม่ทำให้คุณเดือดร้อน ไม่บังคับ และไม่ขอเงิน”

หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441
แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)
| Line ID: | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com

ปลัดมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อน "One Plan" ผนึกกำลังทุกจังหวัด น้อมนำพระราชปณิธานสู่การสืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำ...
14/02/2026

ปลัดมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อน "One Plan" ผนึกกำลังทุกจังหวัด น้อมนำพระราชปณิธานสู่การสืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

(14 ก.พ. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในห้วงปี 2568 ทีผ่านมา กระทรวงมหาดไทยได้ขับเคลื่อนการจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่และการสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริผ่านกระบวนการ One Plan ใน 9 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จังหวัดน่าน, พิษณุโลก, เชียงใหม่, แพร่, เพชรบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี, นครศรีธรรมราช และนราธิวาส โดยมุ่งน้อมนำพระราชปณิธาน "สืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนถึงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่" พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะทำงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ดำเนินการ Kick off และติดตามประเมินผลพบว่า สามารถดำเนินการ ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในปี 2569 นี้ กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้บูรณาการส่วนราชการทุกกระทรวงในระดับพื้นที่ตลอดจนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้จัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ควบคู่การสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริผ่านกระบวนการ One Plan ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพด้านบุคลากรเพื่อทำให้ผลลัพธ์ของงานเกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อประชาชน พร้อมทั้งติดตามและรายงานผลการขับเคลื่อนมายังกระทรวงมหาดไทยอย่างต่อเนื่อง

"สำหรับในด้านกระบวนการจัดทำแผน จะต้องมีการวางระบบการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ มีทิศทางที่ชัดเจน ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในแต่ละภูมิสังคมได้ โดยมีหัวใจสำคัญ คือ "การจัดทำแผนปฏิบัติการโครงการขยายผลการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของจังหวัด ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569 - 2571)" ในรูปแบบ Rolling Plan ที่มีความยืดหยุ่น ทันสมัย และเชื่อมโยงแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ และแผนพัฒนาตำบล มีตัวชี้วัด (KPIs) และผลลัพธ์ (Outcomes) ที่มีความเป็นรูปธรรม วัดผลได้จริง เกิดการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า โดยในส่วนของจังหวัดนำร่องทั้ง 9 จังหวัดที่ถือเป็นต้นแบบในการประยุกต์ใช้กระบวนการ One Plan นั้น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งจัดทำโครงการนำร่อง เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตาม ร่วมแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิด และเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่น ๆ สามารถนำมาประยุกต์ดำเนินการในพื้นที่อีกด้วย เพื่อจะส่งผลให้การขับเคลื่อนภาพรวมของประเทศเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า เป้าหมายสูงสุดของการดำเนินงาน คือ การทำให้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริได้รับการขยายผลสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ทำให้ประชาชนสามารถอยู่ดี กินดี พึ่งพาตัวเองได้ เกิดพลังขับเคลื่อนที่เข้มแข็งจากฐานราก และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

13 กุมภาพันธ์ 2569พลโทหญิง เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณีปฏิบัติภารกิจ ณ วัดป่านาโสกฮัง ต.หนองสามสี อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจ...
14/02/2026

13 กุมภาพันธ์ 2569

พลโทหญิง เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี
ปฏิบัติภารกิจ ณ วัดป่านาโสกฮัง ต.หนองสามสี
อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ

ที่มา เพจ เรารัก เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี

ที่อยู่

19/9 ถ. เทศบาล1 ต. ในเมือง
Yasothon
35000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

045-712154

เว็บไซต์

https://radioyasothon.prd.go.th/th/radio/info/index

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สวท.ยโสธร Yasothon Newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สวท.ยโสธร Yasothon News:

แชร์